ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับที่ 66/2554

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554

 

ก.ล.ต. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทยร่วมกับองค์กรชั้นนำในตลาดการเงิน แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ยกระดับตลาดทุนให้ตอบโจทย์ของประเทศ


ก.ล.ต. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับองค์กรสำคัญในตลาดการเงินไทย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2554 เพื่อระดมสมองและแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์เกี่ยวกับความต้องการของภาคธุรกิจ ตลาดทุน รวมถึงภาคประชาชนและสังคม ที่ตลาดทุนสามารถตอบสนอง ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ของประเทศที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การปรับปรุงแผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับปัจจุบันให้ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น

นายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล  เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้พิจารณาถึงแนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ดังนี้  (ก) ภูมิภาคเอเชียจะมีบทบาทสูงมากต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก  (ข) การค้าขายในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอีกมาก  (ค) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นอีกมาก  (ง) ภูมิภาคจะยังเป็นศูนย์การผลิตอุตสาหกรรม  แต่ (จ) ในบางประเทศจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงขึ้นมาก ซึ่งจะมีผลต่อการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและเงินลงทุนภายในภูมิภาค 

ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้ตลาดทุนไทยเข้ามามีส่วนในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของประเทศและภูมิภาคได้ จนถึงขั้นมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้  ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีข้อเสนอที่น่าสนใจและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนี้

 1.  เร่งปรับปรุง เพิ่มความสะดวกและลดอุปสรรคสำหรับการระดมทุนผ่านตลาดทุน โดยเฉพาะการส่งเสริมช่องทางระดมทุนของกิจการขนาดกลางและเล็ก
 2.  ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศและลดภาระทางการเงินของรัฐบาล
 3.  เร่งพัฒนาเครื่องมืออนุพันธ์ใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน หรือราคาสินค้าเกษตร 
 4.  ให้ความสำคัญกับการใช้กลไกหรือเครื่องมือในตลาดทุนเพื่อสกัดกั้นหรือเปิดโปงคอร์รัปชั่น โดยมีแนวคิดที่จะร่วมมือกันในการกำหนด roadmap เพื่อผลักดันเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ผ่านการปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลตามหลักการความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate social responsibility: CSR) ซึ่งจะประกาศแผนงานที่ชัดเจนให้ทราบภายในสิ้นปีนี้”

นายไพบูลย์  นลินทรางกูร  ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า “โจทย์สำคัญของตลาดทุนไทย คือจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการของภูมิภาคได้ จนถึงขั้นที่จะมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ทั้งในด้านการระดมทุนและการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงจะทำอย่างไรให้ธุรกิจหลักทรัพย์ไทยสามารถแข่งขันกับของต่างประเทศได้   ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของตลาดทุนไทย ดังนี้

 1.  ประเทศไทยควรตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางระดมทุนสำหรับกิจการชั้นนำในกลุ่มประเทศอินโดจีน เพราะมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ แต่ต้องพร้อมแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
 2.  ยืนยันให้ตลาดหลักทรัพย์ปฏิรูปให้เป็นบริษัทมหาชนโดยเร็ว เพื่อทำให้มีรูปแบบการบริหารจัดการ (governance) ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสามารถแข่งขันการค้าหลักทรัพย์ในรูปแบบอื่น ๆ ในโลกได้
 3.  การเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ควรดำเนินการควบคู่กับการเปิดโอกาสธุรกิจให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในประเทศสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้  โดยมีท่าทีเปิดกว้างยิ่งขึ้นทั้งด้านประเภทสินค้า ด้านสกุลเงินตรา ด้านช่องทางการเข้าถึงลูกค้า และช่องทางการชำระเงิน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มอบหมายให้สภาธุรกิจตลาดทุนไทยร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคทางการ  ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ เพื่อทำการขยายผลของประเด็นเหล่านี้และนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป”

นางสาวนวพร  เรืองสกุล  ประธานกรรมการ คณะกรรมการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ตลาดเงินและตลาดทุนของไทยจะต้องตอบโจทย์เรื่อง  (ก) ประชาชนขาดความรู้ที่จำเป็นในการจัดการการเงินของตนเอง ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับความรู้ด้านการลงทุน การขาดความรู้ความเข้าใจเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงระบบการเงิน (financial inclusive)  (ข) ผู้สูงอายุมีสัดส่วนสูงขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนจำเป็นต้องคิดบริการทางการเงินที่จะต้องตอบสนองการบริหารการเงินของคนกลุ่มนี้

ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นในเรื่องบทบาทด้านสังคมของตลาดทุนไทย ดังนี้
 1.  ต้องมีองค์กรอย่างใดอย่างหนึ่งทำหน้าที่ต่อเนื่องในการให้ความรู้และคำแนะนำให้ประชาชนสามารถนำไปใช้จัดการการเงินของตัวเองได้อย่างเหมาะสม โดยองค์กรนี้ควรได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
 2.  ต้องเร่งขยายระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุให้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าที่มีอยู่”



เอกสารแนบ
-   สรุปภาพรวมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
-   ข้อศึกษาเบื้องต้น-แนวคิดเรื่องวิธีการป้องปรามคอร์รัปชั่นโดยใช้เครื่องมือตลาดทุน