สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Default

MS Word  Print  

ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับที่ 37/2544

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2544

 

ก.ล.ต. ประกาศผลงานปี 44 เป็นไปตามเป้าหมาย แผนงานปี 45 มุ่งเน้นช่วยภาคเอกชนปรับโครงสร้างธุรกิจ ผลักดันการกำกับดูแลกิจการที่ดี เสริมสร้างกลไกปกป้องสิทธิให้ผู้ลงทุน และพัฒนาโครงสร้างตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงผลงานปี 2544 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนทิศทางการดำเนินงานปี 2545 มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ภาคเอกชนอาศัยตลาดทุนในการปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูธุรกิจ ผลักดันบริษัทจดทะเบียนและสถาบันตัวกลางให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี  เสริมสร้างกลไกปกป้องสิทธิให้ผู้ลงทุน และพัฒนาโครงสร้างตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ
เพื่อให้ตลาดทุนเป็นทางเลือกสำคัญในการระดมทุนและลงทุน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุนและภาคธุรกิจโดยรวม


นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า "ในปี 2544  การดำเนินงานของ ก.ล.ต. ตาม 11 มาตรการเร่งด่วนสนับสนุนตลาดทุนไทย ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมหลายมาตรการ และยังคงเดินหน้าที่จะพัฒนาตลาดทุนอย่างต่อเนื่องตามมาตรการ 31 มีนาคม 2544  นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้จัดทำแผนกลยุทธ์ (2544-2546) ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแนวทางในการทำงานให้บรรลุภารกิจหลักในการ
กำกับและพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีประสิทธิภาพ ยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ"

"วัตถุประสงค์หลักมุ่งหวังที่จะพัฒนาตลาดทุนให้เป็นทางเลือกที่สำคัญทั้งสำหรับผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน โดยตลาดทุนจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่สมดุล มีตราสารทางการเงินที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการใช้เงินทุนของภาคธุรกิจและของผู้ลงทุนเอง รวมทั้งมีฐานผู้ลงทุนที่เหมาะสม ผู้ลงทุนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการลงทุน และสามารถเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้สะดวก พร้อมกันนั้น จำเป็นต้องพัฒนาระบบและกลไกที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับความคุ้มครองและสามารถปกป้องตนเองได้ เพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่ผู้ลงทุนในการต่อรองและรักษาผลประโยชน์ของตน

นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อถือในกลไกการทำงานของตลาด ตัวกลาง และองค์กรต่าง ๆ ในตลาดทุน  การกำกับดูแลบุคคลดังกล่าว และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน"

"สำหรับทิศทางการดำเนินงานของ ก.ล.ต. ในปี 2545 ยังคงเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตาม
วัตถุประสงค์หลักของแผนกลยุทธ์ฯ แต่จะให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานตามแต่ละวัตถุประสงค์
แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์และปัจจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2545"

"ในปี 2545 ก.ล.ต. จะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ภาคเอกชนอาศัยตลาดทุนในการปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูธุรกิจ การผลักดันบริษัทจดทะเบียนและสถาบันตัวกลางให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี
การเสริมสร้างกลไกปกป้องสิทธิให้ผู้ลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ


การสนับสนุนให้ภาคเอกชนอาศัยตลาดทุนในการปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาในระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  โดย ก.ล.ต. จะมุ่งปรับปรุงเกณฑ์และผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการออกหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนและการควบรวมกิจการเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ

การผลักดันบริษัทจดทะเบียนและสถาบันตัวกลางให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (good corporate governance) เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ได้ผลักดันมาหลายปีแล้ว และเป็นบทบาทที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้บริษัทมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี  ในปี 2545 ก.ล.ต. มีแผนที่จะใช้มาตรการสร้าง
แรงจูงใจให้บริษัทเห็นความสำคัญของการมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสนับสนุนให้ผู้ลงทุนตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว เช่น ริเริ่มโครงการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการ (governace rating) และการยกย่องบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ลงทุนสามารถแยกแยะบริษัทที่มีการ
กำกับดูแลกิจการที่ดีออกจากบริษัทที่ไม่ดีได้

การเสริมสร้างกลไกปกป้องสิทธิให้ผู้ลงทุน  ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะเห็นเป็นรูปธรรมในต้นปี 2545 คือ กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับความคุ้มครองสิทธิในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์หรือตัวแทนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
หรือเกณฑ์ที่กำหนดโดยไม่ต้องฟ้องร้องตามกระบวนการศาล  นอกจากนี้ จะได้ผลักดันให้มีการแก้ไข
พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ และร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินคดีแบบกลุ่มในการฟ้องคดี (Class Action)
รวมทั้ง มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน และผลักดันการจัดตั้งองค์กรผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งจะทำหน้าที่
เป็นผู้ให้คำแนะนำการใช้สิทธิแก่ผู้ลงทุนและติดตามการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนแทนผู้ลงทุน

การพัฒนาโครงสร้างตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ แม้ว่าการพัฒนาเรื่องนี้จะไม่สามารถทำให้เห็นผลต่อตลาดได้ในระยะสั้นแต่ก็จะต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างของตราสารทางการเงินให้มีความหลากหลายเพื่อช่วยบริหารและกระจายความเสี่ยงในการลงทุน  สนับสนุนการให้บริการของผู้ลงทุนมืออาชีพเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนทางอ้อมได้มากขึ้น  สนับสนุนให้สถาบันตัวกลางสามารถปรับตัวรองรับการแข่งขันได้อย่างสร้างสรรค์โดยคำนึงถึงความอยู่รอดของ
ตัวกลางและผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ รวมทั้งพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวก
และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรม"

"นอกจากที่กล่าวข้างต้น ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับหน่วยงานทางการอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของสถาบันตัวกลางเป็นไปอย่างสอดคล้องและเหมาะสมเพื่อเอื้ออำนวยการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนและคุ้มครองผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ตลอดจนจะให้ความสำคัญกับการอธิบายเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ ก.ล.ต. นำออกใช้บังคับกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของการกำกับดูแล  และในระยะยาวจะมีการทบทวนเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกณฑ์ที่ใช้บังคับ เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ (practicality) สามารถบังคับใช้ (enforceability) และบรรลุวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแล (effectiveness) อันจะช่วยให้การกำกับดูแลตลาดทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่มุ่งหวังที่จะพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีประสิทธิภาพ ยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ลงทุนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม"  นายประสารกล่าวสรุป

เอกสารแนบ
-   สรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในปี 2544 และทิศทางการดำเนินงานปี 2545

 



สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660
e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map