สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Default

MS Word  Print  

ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับที่ 35/2545

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2545

 

ก.ล.ต. ประกาศ ปี 46 รุกเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุนมากขึ้น หลังจากปี 45 ผลักดันการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนผ่านการส่งเสริมบรรษัทภิบาลที่ดีเป็นไปตามเป้าหมาย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แถลงผลงานปี 2545 ความคืบหน้าของการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนผ่านการส่งเสริมบรรษัทภิบาลที่ดีว่า เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังคงต้องผลักดันอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะตลาดทุนที่มีกฎเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีบริษัทจดทะเบียนและสถาบันตัวกลางต่าง ๆ ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิต่าง ๆ ที่พึงมี รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ  จะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการเพิ่มบทบาทของตลาดทุนให้เป็นทางเลือกในการระดมทุนแก่ภาคธุรกิจ และยังสำคัญต่อการดำเนินนโยบายขยายฐานผู้ลงทุนผ่านผู้ลงทุนสถาบันซึ่งจะเป็นทิศทางหลักของการดำเนินงานของ ก.ล.ต. ในปี 2546 และสอดรับกับแผนงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งขยายฐานลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์

การเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุนได้มากขึ้นผ่านนโยบายขยายฐานผู้ลงทุน จะเป็นกลไกหลักที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาตลาดทุนในด้านต่าง ๆ ตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลไกตลาดในการทำให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี การพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ หรือแม้แต่การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินประเภทใหม่ ๆ ทั้งนี้ จะใช้โอกาสในช่วงที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำซึ่งผู้ลงทุนต้องแสวงหาทางเลือกอื่นในการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า รุกเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุนมากขึ้นผ่านผู้ลงทุนสถาบัน  โดยให้ความรู้และจัดหาเครื่องมือที่ครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดสินใจลงทุน

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า "ในปี 2545 ก.ล.ต. ได้ดำเนินงานตามทิศทางที่มุ่งให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ตลาดทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมาหลายเรื่องเป็นไปตามเป้าหมาย ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการมีบรรษัทภิบาลที่ดีของบริษัทจดทะเบียนและตัวกลางต่าง ๆ ในตลาดทุน การปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการระดมทุนของภาคธุรกิจ และการส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านผู้บริหารเงินลงทุนมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ"

"สำหรับการดำเนินงานต่อไปในปี 2546  จะผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนมีการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีตามแนวที่ได้ดำเนินการมาแล้วในปี 2545 และจะศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะมีการประเมินกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ว่าสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเข้าสู่โครงการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Report on the Observance of Standards and Codes : ROSCs)  อีกทั้งจะผลักดันให้ผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามเกณฑ์ มีระบบงาน และมาตรฐานการทำงานเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และหากมีการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องก็จะลงโทษเชิงบริหาร นอกจากนี้ ในส่วนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดทางอาญา ก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรม”

“ในส่วนของแผนงานที่จะเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุน เป็นแผนงานที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษโดยจะมีมาตรการต่าง ๆ ที่ครบวงจร ตั้งแต่การมีเครื่องมือหรือผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นมืออาชีพที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินตนเอง เพื่อจัดสรรเงินออมไปลงทุนให้เหมาะสม กับความต้องการและความเสี่ยงที่ยอมรับได้  การมีประเภทของหลักทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อสนองความต้องการดังกล่าวโดยเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีการจำกัดความเสี่ยงต่อการสูญหายของเงินต้น รวมทั้งการใช้การลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อแก้ไขอุปสรรคและข้อจำกัดที่อาจมีจากการลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง”

"แผนงานที่กล่าวทั้งหมดนี้ ล้วนมุ่งหวังให้ตลาดทุนไทยมีความยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ มีความสามารถในการแข่งขันกับตลาดทุนประเทศอื่น และมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศไทย" นายประสารกล่าวสรุป

สำหรับมาตรการเพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุนนั้น มีแผนดำเนินการ ดังต่อไปนี้

พัฒนาหลักทรัพย์ให้มีความหลากหลายเพื่อสนองความต้องการของผู้ลงทุนโดยเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีการจำกัดความเสี่ยงต่อการสูญหายของเงินต้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้กองทุนรวมเป็นช่องทางในการลงทุนเพื่อแก้ไขอุปสรรคและข้อจำกัดที่อาจมีจากการลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง

- เนื่องจากผู้ที่มีศักยภาพที่จะมาเป็นผู้ลงทุนในตลาดทุนคือผู้ที่มีเงินฝากอยู่ในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ซึ่งคุ้นเคยกับการได้รับเงินต้นและผลตอบแทนที่แน่นอน ดังนั้น ในแผนที่จะเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดทุน  ก.ล.ต. จึงจำเป็นต้องพัฒนาหลักทรัพย์ประเภทที่มีการจำกัดความเสี่ยงจากการสูญสียเงินต้น ในขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนที่โยงกับสภาพของ  ตลาดทุนอันจะเป็นเครื่องมือที่จะปูพื้นการลงทุนในตลาดทุนในระยะต่อไป ซึ่งตัวอย่างของหลักทรัพย์ประเภทนี้ ได้แก่ กองทุนรวมที่คุ้มครองเงินต้น กองทุนรวมมีประกัน หุ้นกู้อนุพันธ์ที่ให้ผลตอบแทนหรือการชำระคืนเงินต้นผันแปรตามตัวแปรที่อ้างอิง  ซึ่งในการพัฒนาตราสารเหล่านี้ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้กฎหมายอนุพันธ์มีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพื่อให้มีตราสารและตลาดอนุพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว

- โดยที่การลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรงอาจมีอุปสรรคและข้อจำกัดสำหรับผู้ลงทุนที่มีมูลค่าการลงทุนไม่มากนัก หรือที่ไม่พร้อมที่จะติดตามและวิเคราะห์การลงทุนของแต่ละหลักทรัพย์ การลงทุนผ่าน กองทุนรวมซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ในมูลค่าที่ไม่สูงนัก มีผู้บริหารมืออาชีพที่คอยติดตามและวิเคราะห์สภาพการลงทุนอยู่ตลอดเวลา  จึงเป็นการแก้ไขอุปสรรคและข้อจำกัดของการ  ลงทุนโดยตรงดังกล่าว  แต่เนื่องจากในปัจจุบันผู้ลงทุนยังมีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนว่ากองทุนรวมเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ทดแทนการลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง  ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจัดการ      ลงทุนจึงจะร่วมกันจัดทำเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนได้ทราบลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของหลักทรัพย์แต่ละประเภท (risk/return characteristics) ที่ผู้ลงทุนประสงค์จะนำเงินมาลงทุนซึ่งอาจเทียบเคียงได้กับกองทุนรวมแต่ละประเภทที่มีอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าเครื่องมือนี้จะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2546

- เพื่ออำนวยความสะดวกในการที่ผู้ลงทุนจะเลือกลงทุนในกองทุนรวม ก.ล.ต. ได้ผลักดันให้สมาคมบริษัทจัดการลงทุนจัดให้มีการเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนแต่ละกอง และเผยแพร่เพื่อให้    ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ

จัดหาเครื่องมือหรือผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนที่เข้ามาในตลาดทุนเป็นผู้มีความพร้อม เข้าใจถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนในตลาดทุน และสามารถจัดสรรเงินออมในการลงทุนได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมั่นใจว่าบุคลากรที่ติดต่อกับผู้ลงทุนมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ตรงกับความต้องการของผู้ลงทุน  ด้วยเหตุที่บุคลากรที่ติดต่อและให้คำแนะนำโดยตรงกับผู้ลงทุนมีความสำคัญต่อการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับตลาดทุนแก่ผู้ลงทุน ก.ล.ต. จึงได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบุคลากรดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะดำเนินการต่อไปในปี 2546 ดังนี้ 

- สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนการเงิน (Certified Financial Planner) เพื่อช่วยให้คำแนะนำการ  ลงทุนแก่ประชาชนทั่วไปอย่างครบวงจร ตั้งแต่การแนะนำการจัดสรรเงินออมในการลงทุน และการ    แนะนำประเภทตราสารที่ควรลงทุนโดยไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนในหลักทรัพย์

- ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจัดการลงทุนได้ตกลงที่จะร่วมมือกันจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่จะช่วยแนะนำสัดส่วนการจัดสรรเงินลงทุนที่เหมาะสมของผู้ลงทุนแต่ละราย โดยการประเมินข้อมูลของผู้ลงทุน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ภาระทางการเงิน ผลตอบแทนที่ต้องการ ระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุนแต่ละราย โดยคาดว่า ในไตรมาส 2 ปี 2546 จะสามารถนำออกเผยแพร่ในวงกว้างผ่าน website และสถานที่ทำการของ ก.ล.ต. บริษัทหลักทรัพย์ และผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ติดต่อหรือให้คำแนะนำการลงทุนประเภทต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึง

- ปรับปรุงหลักสูตรการอบรมบุคลากรที่ขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต.  เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาของหลักสูตรตรงกับลักษณะของหลักทรัพย์ที่อยู่ในความสนใจของผู้ลงทุนและครอบคลุมเรื่องที่จำเป็นต่อการให้คำแนะนำต่อผู้ลงทุน

- รณรงค์และให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนถึงสิทธิที่สามารถเรียกร้องคำแนะนำที่ดีจากบุคลากรเหล่านี้ ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เอกสารเผยแพร่ การจัดสัมมนา การให้สัมภาษณ์ รวมทั้งรณรงค์ผ่านสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย 

เพิ่มจำนวนผู้ลงทุนสถาบัน เพื่อช่วยขยายการลงทุนไปสู่ผู้ลงทุนในวงกว้าง โดยจะดำเนินการ ดังนี้

- สนับสนุนให้มีการออกกองทุนรวมประเภทใหม่ ๆ รวมถึงหน่วยลงทุนแบบ unit link

- ร่วมมือกับ บริษัท Family Know How  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้ กองทุนรวมเป็นเครื่องมือทดแทนการลงทุนโดยตรง

- แก้ไขกฎเกณฑ์เพื่อให้สมาชิกของกองทุนเพื่อการออมระยะยาวแบบผูกพัน (กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ) สามารถโอนเงินจากกองทุนหนึ่งไปยังอีกกองทุนหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันโดยยังคงอยู่ในระบบที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการออมระยะยาว

- เสนอกฎกระทรวงเพื่อให้มีการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการธุรกิจจัดการลงทุนในระบบและเป็นกลไกในการดึงเงินออมที่ฝากไว้ในระบบธนาคารพาณิชย์มาสู่การลงทุนในตลาดทุน

 



สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660
e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map