สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Default

MS Word  Print  

ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับที่ 24/2542

วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2542

 

ก.ล.ต. แถลงผลการดำเนินงานปี 2542

สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. แถลงผลการดำเนินงานปี 2542 ที่ได้ดำเนินการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เรื่องสำคัญ ๆ ได้แก่ การสนับสนุนภาคเอกชนในการปรับโครงสร้างทางการเงินภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจ การให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุน โดยเน้นหลักการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง ทันต่อเหตุการณ์ การเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทหลักทรัพย์โดยการกำกับดูแลการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ และการพัฒนาตลาดทุนไทยให้สามารถแข่งขันกับตลาดทุนต่างประเทศได้

นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า "สำนักงานมีความเชื่อมั่น ว่า มาตรการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการในปี 2542 ได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่ามาตรการบางเรื่องจะเป็นเพียงแนวนโยบาย ยังไม่เห็นผลงานในปีนี้ แต่หลายเรื่องก็ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดี"

"มาตรการที่สำคัญในปี 2542 ได้แก่ การสนับสนุนภาคเอกชนในการปรับโครงสร้างทางการเงินโดยการลดข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนของภาคเอกชนที่ต้องการเงินทุนเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจหรือการปรับโครงสร้างทางการเงิน ดังจะเห็นได้ว่าในปี 2542 ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน ภาคเอกชนได้มีการระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 5.5 แสนล้านบาท ในขณะที่ปี 2541 ระดมทุนเพียง 1.7 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการระดมทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ซึ่งปัจจุบันตลาด MAI ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่าจะสามารถนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนได้ในปีหน้า" นายปกรณ์กล่าว

" ในด้านการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุน สำนักงานได้ปรับปรุงระบบการเปิดเผยข้อมูลของตลาดทุนให้มีมาตรฐานสากล โดยเน้นหลักความโปร่งใส ข้อมูลต้องมีคุณภาพ ถูกต้อง เพียงพอ ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน รวมทั้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 สำนักงานได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 การดำเนินการและสั่งการของสำนักงาน ซึ่งสำนักงานได้ดำเนินการตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ. หลักทรัพย์ฯ โดยได้ดำเนินการกล่าวโทษผู้กระทำผิดและได้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการมิได้ส่งงบการเงินและรายงานตามระยะเวลาที่กำหนด และการขายหลักทรัพย์โดยที่ไม่มีหลักทรัพย์ไว้ในครอบครอง เป็นต้น"

นายปกรณ์กล่าวต่อไปอีกว่า "นอกจากนี้ สำนักงานยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายหลักทรัพย์จากระบบ merit-based เป็น disclosure-based แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยนำแนวคิดเกี่ยวกับธรรมาภิบาล (good corporate governance) มาใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานของกิจการที่ต้องการระดมทุน ให้มีการบริหารงานที่โปร่งใส มีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นด้วย" นายปกรณ์ กล่าวเสริม

"สำนักงานยังได้ดำเนินมาตรการเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ โดยการกำกับดูแลผ่านการให้บริษัทหลักทรัพย์ดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิให้เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจและการประกอบธุรกิจใหม่ ๆ บริษัทหลักทรัพย์จึงต้องมีเงินกองทุนที่เพียงพอ รวมทั้งมีระบบการควบคุมภายในที่ดี มีผู้บริหารที่มีจรรยาบรรณ และมีการดำเนินงานเป็นมาตรฐานสากล โดยในอนาคตโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จะเปิดเสรี เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นไปตามกลไกตลาดและสะท้อนถึงต้นทุนการให้บริการอย่างแท้จริง"

นายปกรณ์กล่าวถึงแผนงานพัฒนาตลาดทุนในปี 2543 ว่า "ในอนาคตตลาดทุนในยุคโลกาภิวัฒน์ (globalization) จะต้องมีความเกี่ยวโยงกันมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดทุนในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดทุนไทยจึงต้องศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรองรับสภาวการณ์ที่จะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นของตลาดทุนต่าง ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่าน internet และการศึกษาความจำเป็นที่อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบโครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหน่วยงานเอกชนซึ่งแสวงหากำไรและมีการกระจายความเป็นเจ้าของออกสู่ประชาชน (demutualisation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันและเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจของผู้ลงทุนต่างประเทศ ทั้งนี้ สำนักงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้ศึกษาความจำเป็นและแนวทางในการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งกำหนดแผนงานที่ชัดเจนต่อไป"

"อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะดำเนินการพัฒนาระบบตลาดทุนทั้งระบบ สำนักงานได้ตระหนักถึงประโยชน์ของระบบคุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล ISO 9002 จึงได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานของฝ่ายกำกับธุรกิจจัดการลงทุน ในด้านการกำกับดูแลและตรวจสอบการจัดการกองทุนรวม เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ การพิจารณาอนุมัติโครงการ การรับจดทะเบียนหรือยกเลิกกองทุนรวม และการตรวจสอบการจัดการกองทุนรวม เป็นต้น เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และพัฒนาคุณภาพในการทำงาน รวมทั้ง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานของฝ่ายกำกับธุรกิจจัดการลงทุนในการกำกับดูแลและตรวจสอบการจัดการกองทุนรวมมีมาตรฐาน มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ในการนี้ สำนักงานมีความยินดีแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า ฝ่ายกำกับธุรกิจจัดการลงทุนได้ผ่านการตรวจประเมิน และได้รับใบรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9002 จาก TUV CERTแล้ว เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542" นายปกรณ์กล่าวในท้ายที่สุด

 



สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660
e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map