สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Default

การเปรียบเทียบ
การกล่าวโทษ

การกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

หมายเหตุ : 
     - การกล่าวโทษเป็นจุดเริ่มต้นของการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยกรณีดังกล่าวต่อไป
     คลิกที่นี่เพื่อเรียกดูขั้นตอนการตรวจสอบและการดำเนินคดีอาญา

ลำดับที่
วันที่กล่าวโทษ
ชื่อผู้ถูกกล่าวโทษ
มาตรา
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง
การกระทำโดยสังเขป
ข่าว ก.ล.ต.ฉบับที่
ผลการดำเนินการ
หมายเหตุ

1

01/12/2560 

นายกิติสาร มุขดี 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายกิติสาร มุขดี กรรมการผู้จัดการ ในฐานะผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (มหาชน) (KC) ต้องรับโทษตามมาตรา 300 ประกอบมาตรา 56(1) และมาตรา 199 ประกอบมาตรา 56(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ กรณี KC ไม่ได้จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2560 และ (3) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2560 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

2

01/12/2560 

บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2560 และ (3) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

3

30/11/2560 

นายยงยุทธ งามไกวัล  

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ TUCC มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

4

30/11/2560 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

5

21/09/2560 

นายสุพรชัย ศิริโวหาร 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุพรชัย ศิริโวหาร ในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") มีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ IEC จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ต้องกระทำ เป็นเหตุให้ IEC มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

6

21/09/2560 

บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

7

19/09/2560 

นายญาณกร วรากุลรักษ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายญาณกร วรากุลรักษ์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท โพลาริส แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ("POLAR") มิได้ดูแลจัดการให้ POLAR ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องจัดทำและนำส่ง งบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลา ที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

8

19/09/2560 

บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("POLAR") ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

9

01/09/2560 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)  

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำปี 2559 (2) รายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และ (4) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ ประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

10

16/08/2560 

นายข้าวหรือนายศักรินทร์ ศรีเจริญ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายข้าวหรือนายศักรินทร์ ศรีเจริญ ร่วมกับบุคคลอื่นประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

71/2560
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

11

16/08/2560 

นายธนวัฒน์ เกียรติศักดิ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายธนวัฒน์ เกียรติศักดิ์ ร่วมกับบุคคลอื่นประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

71/2560
 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

12

03/08/2560 

นายคะซูยูกิ มิซูมาชิ 

300 ประกอบมาตรา 199 และมาตรา 56(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายคะซูยูกิ มิซูมาชิ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร ของบริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("CHUO") มีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ CHUO จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ต้องกระทำ เป็นเหตุให้ CHUO ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2)ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

13

03/08/2560 

บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

14

03/08/2560 

นายสุพรชัย ศิริโวหาร 

300 ประกอบมาตรา 199 และมาตรา 56(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุพรชัย ศิริโวหาร ในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") มีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ IEC จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ต้องกระทำ เป็นเหตุให้ IEC มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

15

03/08/2560 

บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

16

27/06/2560 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ TUCC มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

17

27/06/2560 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2559 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2559 (แบบ 56-2)ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

18

20/06/2560 

นายนพพล ธารีรัตนาวิบูลย์ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2557 ถึงปี 2558 นายนพพล ธารีรัตนาวิบูลย์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") ได้ร่วมกับนายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ AIE สั่งการให้ AIE ไม่จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องในธุรกรรมการขายน้ำมันและรับจ้างกลั่นน้ำมันให้ครบถ้วน และไม่ได้บันทึกบัญชีรายได้และบัญชีอื่นที่เกี่ยวข้องในระบบบัญชีของ AIE เป็นเหตุให้งบการเงินงวดไตรมาส 1-3 ปี 2557 และงบการเงินประจำปีเดียวกันของ AIE แสดงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงจำนวน 135 ล้านบาท เป็นการลวงบุคคลอื่นให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของกิจการ 

046/2560
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

19

20/06/2560 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2557 ถึงปี 2558 นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") ได้ร่วมกับนายนพพล ธารีรัตนาวิบูลย์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ AIE สั่งการให้ AIE ไม่จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องในธุรกรรมการขายน้ำมันและรับจ้างกลั่นน้ำมันให้ครบถ้วน และไม่ได้บันทึกบัญชีรายได้และบัญชีอื่นที่เกี่ยวข้องในระบบบัญชีของ AIE เป็นเหตุให้งบการเงินงวดไตรมาส 1-3 ปี 2557 และงบการเงินประจำปีเดียวกันของ AIE แสดงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงจำนวน 135 ล้านบาท เป็นการลวงบุคคลอื่นให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของกิจการ 

046/2560
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

20

20/04/2560 

นางสาวณีรนุช ณ ระนอง 

89/7 ประกอบมาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 307 308 311 312 ประกอบมาตรา 83 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2556 ถึงปี 2557 นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ได้ร่วมกับอดีตผู้บริหาร TRITN คือ นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และนายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน กระทำการทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์สินของบริษัท ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และยินยอมให้มีการทำบัญชีไม่ถูกต้อง รวม 4 กรณี ดังนี้ 1. กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงินจำนวน 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เพื่อนำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่เนื่องจากรายการดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร VBB จึงนำเงินมาคืน 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ VBB ไม่ได้นำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่พบว่ามีการนำไปซื้อขายหุ้นและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้น LIVE ของนายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย VBB นายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 2. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณาและการซื้อป้ายคืน โดยให้บริษัทย่อยของ TRITN คือ บริษัท สแพลชมีเมีย จำกัด (SPM) (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ มีเดีย กรุ๊ป) จำกัด (มหาชน) ทำสัญญาเช่าป้าย 3 ป้าย กับ VBB ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ? สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 5 ปี จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ VBB มากกว่าปกติถึง 17.8 ล้านบาท แต่ VBB กลับได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ป้ายแต่ผู้เดียว ต่อมามีการยกเลิกสัญญาเช่าป้ายโฆษณา และ VBB จ่ายเงินคืนบางส่วนแก่ SPM จากนั้นอดีตผู้บริหาร TRITN และพวก ให้บริษัทย่อย คือ บริษัทสแพลช เอสเตท จำกัด (เดิมชื่อบริษัท แอลเอ็มจี เอสเตท จำกัด) ซื้อป้ายโฆษณาคืนจาก VBB ในราคาสูงกว่าต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ VBB ได้ประโยชน์จำนวน 5.8 ล้านบาท และนำไปใช้ชำระหนี้คืนที่กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนางสาววรานิษฐ์ พงษ์วีรนนท์ นายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 3. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการซื้อที่ดิน โดยให้บริษัทย่อย คือ บริษัท อาร์ไจล์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ เอสเตท จำกัด) ทำสัญญาซื้อที่ดินจากบุคคลภายนอกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ซึ่งเงินค่าที่ดินบางส่วนจำนวน 13.8 ล้านบาท ถูกฝากเข้าบัญชีเงินฝากของ VBB และถูกนำไปใช้ชำระคืนหนี้กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 4. กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา โดยให้ SPM บริษัทย่อย แต่งตั้ง VBB เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 เป็นตัวแทนในการหาทำเลที่ตั้งเพื่อก่อสร้างป้ายโฆษณา และจ่ายเงินค่าตอบแทนล่วงหน้าจำนวน 2 ล้านบาท แต่ VBB ไม่ได้ทำตามสัญญา แต่นำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น และไม่นำเงินดังกล่าวมาคืน SPM ทำให้ SPM เสียหายและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจำนวน การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

21

20/04/2560 

นางสาววรานิษฐ์ พงศ์วีรนนท์ 

281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/24 307 311 312 และ 315 ประกอบมาตรา 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณาและการซื้อป้ายคืน  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการสอบสวนคดีพิเศษ 

 

22

20/04/2560 

นายชำนิ จันทรศุภวงษ์ 

307 308 311 ประกอบ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงิน 60 ล้านบาท โดยเงินบางส่วนถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้น และแปลงสภาพใบสำคัญสิทธิที่จะซื้อหุ้น LIVE ของนายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

23

20/04/2560 

นายธรากร จันทร์เกิด 

307 308 311 312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN ยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงินจำนวน 60 ล้านบาท แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณาและการซื้อป้ายคืน และยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

24

20/04/2560 

นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ 

89/7 ประกอบมาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 307 308 311 312 ประกอบมาตรา 83 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2556 ถึงปี 2557 นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ได้ร่วมกับอดีตผู้บริหาร TRITN คือ นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร และนายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร กระทำการทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์สินของบริษัท ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และยินยอมให้มีการทำบัญชีไม่ถูกต้อง รวม 4 กรณี ดังนี้ 1. กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงิน จำนวน 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เพื่อนำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่เนื่องจากรายการดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร VBB จึงนำเงินมาคืน 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ VBB ไม่ได้นำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่พบว่ามีการนำไปซื้อขายหุ้นและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้น LIVE ของนายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย VBB นายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 2. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณาและการซื้อป้ายคืน โดยให้บริษัทย่อยของ TRITN คือ บริษัท สแพลชมีเมีย จำกัด (SPM) (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ มีเดีย กรุ๊ป) จำกัด (มหาชน) ทำสัญญาเช่าป้าย 3 ป้าย กับ VBB ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ? สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 5 ปี จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ VBB มากกว่าปกติถึง 17.8 ล้านบาท แต่ VBB กลับได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ป้ายแต่ผู้เดียว ต่อมามีการยกเลิกสัญญาเช่าป้ายโฆษณา และ VBB จ่ายเงินคืนบางส่วนแก่ SPM จากนั้นอดีตผู้บริหาร TRITN และพวก ให้บริษัทย่อย คือ บริษัทสแพลช เอสเตท จำกัด (เดิมชื่อบริษัท แอลเอ็มจี เอสเตท จำกัด) ซื้อป้ายโฆษณาคืนจาก VBB ในราคาสูง ทำให้ VBB ได้ประโยชน์จำนวน 5.8 ล้านบาท ไปชำระหนี้คืนที่กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนางสาววรานิษฐ์ พงษ์วีรนนท์ นายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 3. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการซื้อที่ดิน โดยให้บริษัทย่อย คือ บริษัท อาร์ไจล์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ เอสเตท จำกัด) ทำสัญญาซื้อที่ดินจากบุคคลภายนอกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ซึ่งเงินค่าที่ดินบางส่วนจำนวน 13.8 ล้านบาท ถูกฝากเข้าบัญชีเงินฝากของ VBB และถูกนำไปใช้ชำระคืนหนี้กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 4. กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา โดยให้ SPM บริษัทย่อย แต่งตั้ง VBB เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 เป็นตัวแทนในการหาทำเลที่ตั้งเพื่อก่อสร้างป้ายโฆษณา และจ่ายเงินค่าตอบแทนล่วงหน้าจำนวน 2 ล้านบาท แต่ VBB ไม่ได้ทำตามสัญญา แต่นำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น และไม่นำเงินดังกล่าวมาคืน SPM ทำให้ SPM เสียหายและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจำนวน การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

25

20/04/2560 

นายอภินันท์ ปัญญากร 

89/7 ประกอบมาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 307 308 311 312 ประกอบมาตรา 83 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2556 ถึงปี 2557 นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ได้ร่วมกับอดีตผู้บริหาร คือ นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร และ นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน TRITN กระทำการทุจริตเบียดบัง เอาทรัพย์สินของบริษัท ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และยินยอมให้มีการทำบัญชีไม่ถูกต้อง รวม 4 กรณี ดังนี้ 1. กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงินจำนวน 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เพื่อนำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่เนื่องจากรายการดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร VBB จึงนำเงินมาคืน 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ VBB ไม่ได้นำไปใช้สร้างป้ายโฆษณา แต่พบว่ามีการนำไปซื้อขายหุ้นและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้น LIVE ของนายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย VBB นายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 2. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณาและการซื้อป้ายคืน โดยให้บริษัทย่อยของ TRITN คือ บริษัท สแพลชมีเมีย จำกัด (SPM) (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ มีเดีย กรุ๊ป) จำกัด (มหาชน) ทำสัญญาเช่าป้าย 3 ป้าย กับ VBB ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ? สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 5 ปี จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ VBB มากกว่าปกติถึง 17.8 ล้านบาท แต่ VBB กลับได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ป้ายแต่ผู้เดียว ต่อมามีการยกเลิกสัญญาเช่าป้ายโฆษณา และ VBB จ่ายเงินคืนบางส่วนแก่ SPM จากนั้นอดีตผู้บริหาร TRITN และพวก ให้บริษัทย่อย คือ บริษัทสแพลช เอสเตท จำกัด (เดิมชื่อบริษัท แอลเอ็มจี เอสเตท จำกัด) ซื้อป้ายโฆษณาคืนจาก VBB ในราคาสูงกว่าต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ VBB ได้ประโยชน์จำนวน 5.8 ล้านบาท และนำไปใช้ชำระหนี้คืนที่กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนางสาววรานิษฐ์ พงษ์วีรนนท์ นายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 3. กรณีแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการซื้อที่ดิน โดยให้บริษัทย่อย คือ บริษัท อาร์ไจล์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ เอสเตท จำกัด) ทำสัญญาซื้อที่ดินจากบุคคลภายนอกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ซึ่งเงินค่าที่ดินบางส่วนจำนวน 13.8 ล้านบาท ถูกฝากเข้าบัญชีเงินฝากของ VBB และถูกนำไปใช้ชำระคืนหนี้กู้ยืมมาจาก TRITN ตามกรณีที่ 1 การกระทำดังกล่าวมีนายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน 4.กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา โดยให้ SPM บริษัทย่อย แต่งตั้ง VBB เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 เป็นตัวแทนในการหาทำเลที่ตั้งเพื่อก่อสร้างป้ายโฆษณา และจ่ายเงินค่าตอบแทนล่วงหน้าจำนวน 2 ล้านบาท แต่ VBB ไม่ได้ทำตามสัญญา แต่นำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น และไม่นำเงินดังกล่าวมาคืน SPM ทำให้ SPM เสียหายและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจำนวน การกระทำดังกล่าวมีนายธรากร จันทร์เกิด นายอัครพล โลหิตไทย และ VBB ให้การช่วยเหลือสนับสนุน  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

26

20/04/2560 

นายอัครพล โลหิตไทย 

307 308 311 312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN ยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงินจำนวน 60 ล้านบาท แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณา การซื้อป้ายคืน และจากการซื้อที่ดิน และยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

27

20/04/2560 

นายอิศเรส เฉลิมรัฐ 

307 308 311 ประกอบ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN กรณียักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงิน 60 ล้านบาท โดยเงินบางส่วนถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้น และแปลงสภาพใบสำคัญสิทธิที่จะซื้อหุ้น LIVE ของนายชำนิ จันทรศุภวงษ์ และนายอิศเรส เฉลิมรัฐ  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

28

20/04/2560 

บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด 

307 308 311 312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) เดิมชื่อบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (LIVE) ประกอบด้วย (1) นางสาวณีรนุช ณ ระนอง อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท (2) นายอภินันท์ ปัญญากร อดีตกรรมการบริหาร และ (3) นายสุทธิโรจน์ เอกธราพิพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินของ TRITN ยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้บริษัท วี บิลบอร์ด จำกัด (VBB) กู้ยืมเงินจำนวน 60 ล้านบาท แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเช่าป้ายโฆษณา การซื้อป้ายคืน และจากการซื้อที่ดิน และยักยอกเงินของ TRITN ผ่านธุรกรรมการให้ VBB หาทำเลที่ตั้งป้ายโฆษณา  

23/2560
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

29

16/03/2560 

นายคะซูยูกิ มิซูมาชิ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายคะซูยูกิ มิซูมาชิ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("CHUO") ไม่ได้กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่นายคะซูยูกิ ต้องกระทำในการกำกับดูแลให้ CHUO จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

30

16/03/2560 

บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 และ งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

31

28/02/2560 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

32

28/02/2560 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

33

27/02/2560 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) ไม่ได้กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่นายปัญญาต้องกระทำ ในการกำกับดูแลให้ LVT จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ศาลอาญา มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 3285/2560 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2947/2560 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 ฐานไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ปรับ 80,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 40,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 จนถึงวันฟ้อง (19 ตุลาคม 2559) รวม 339 วัน เป็นเงิน 169,500 บาท รวมปรับเป็นเงิน 209,500 บาท และปรับรายวันต่ออีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และมาตรา 30  

 

34

27/02/2560 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ศาลอาญา มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 3285/2560 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2947/2560 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ฐานไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ปรับ 80,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 40,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 จนถึงวันฟ้อง (19 ตุลาคม 2559) รวม 339 วัน เป็นเงิน 169,500 บาท รวมปรับเป็นเงิน 209,500 บาท และปรับรายวันต่ออีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29  

 

35

21/02/2560 

นายธนิตย์ ธารีรัตนวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("AI") ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ AI มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ จึงต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดของ AI ด้วย 

 

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งที่ 33/2560 เปรียบเทียบความผิดนายธนิตย์ ธารีรัตนวิบูลย์ เป็นเงินจำนวน 252,750 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องให้ทำการเปรียบเทียบความผิด 

 

36

21/02/2560 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("AI") มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด 

 

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งที่ 32/2560 เปรียบเทียบความผิดบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นเงินจำนวน 252,750 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องให้ทำการเปรียบเทียบความผิด 

 

37

21/02/2560 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ AIE มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ จึงต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดของ AIE ด้วย 

 

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งที่ 40/2560 เปรียบเทียบความผิดนายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ เป็นเงินจำนวน 202,200 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องให้ทำการเปรียบเทียบความผิด 

 

38

21/02/2560 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด 

 

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งที่ 39/2560 เปรียบเทียบความผิดบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) เป็นเงินจำนวน 202,200 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องให้ทำการเปรียบเทียบความผิด 

 

39

23/01/2560 

นายภูษณ ปรีย์มาโนช 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายภูษณ ปรีย์มาโนช ในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) (IEC) มิได้ดูแลจัดการให้ IEC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

40

23/01/2560 

บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

41

28/12/2559 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2558 (56-2) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกประจำปี 2559 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

42

28/12/2559 

นายระพีพัฒน์ เกตุกวี 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายระพีพัฒน์ เกตุกวี กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (56-1) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

43

28/12/2559 

นายสถิตย์ วงศ์พนากร 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสถิตย์ วงศ์พนากร กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (56-1) และรายงานประจำปี 2558 (56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

44

28/12/2559 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (56-1) รายงานประจำปี 2558 (56-2) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2559 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

45

29/11/2559 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2558 (56-2) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกประจำปี 2559 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

46

29/11/2559 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (56-1) รายงานประจำปี 2558 (56-2) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2559 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

47

29/11/2559 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (56-1) รายงานประจำปี 2558 (56-2) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2559 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีขาดอายุความ 

 

48

17/11/2559 

นางอรพิมล ผิวเหลืองสวัสดิ์ 

311 มาตรา 315 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางอรพิมล ผิวเหลืองสวัสดิ์ (นางอรพิมล) ยินยอมให้นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร (นายชูพงศ์) ใช้ชื่อในการรับจองและรับจัดสรรหุ้นในส่วนของผู้มีอุปการคุณของบริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TAKUNI) และบริษัท ซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) (CCN) และช่วยเป็นธุระในการจัดการเรื่องการรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าซื้อขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรในนามของบุคคลอื่นแทนนายชูพงศ์ การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตของนายชูพงศ์ เป็นความผิดตามมาตรา 311 ประกอบมาตรา 315 และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 89/7 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 281/2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

109/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

49

17/11/2559 

นายชาญชัย ผิวเหลืองสวัสดิ์ 

311 มาตรา 315 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายชาญชัย ผิวเหลืองสวัสดิ์ (นายชาญชัย) ยินยอมให้นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร (นายชูพงศ์) ใช้ชื่อในการรับจองและรับจัดสรรหุ้นในส่วนของผู้มีอุปการคุณของบริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TAKUNI) และบริษัท ซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) (CCN) และช่วยเป็นธุระในการจัดการเรื่องการรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าซื้อขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรในนามของบุคคลอื่นแทนนายชูพงศ์ การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตของนายชูพงศ์ เป็นความผิดตามมาตรา 311 ประกอบมาตรา 315 และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 89/7 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 281/2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

109/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

50

17/11/2559 

นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร 

311 และมาตรา 89/7 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร (นายชูพงศ์) ในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสายวานิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บล. คันทรี่กรุ๊ป) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบุคคลที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของบริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TAKUNI) และบริษัท ซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) (CCN) ได้ใช้ชื่อของบุคคลอื่นในการจองและรับจัดสรรหุ้นในส่วนของผู้มีอุปการคุณของ TAKUNI และ CCN แทนตนเอง และได้รับผลประโยชน์ไปรวมเป็นเงินกว่า 42 ล้านบาท ซึ่งตามหลักเกณฑ์จะไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายหรือจัดสรรหลักทรัพย์ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การกระทำของนายชูพงศ์เป็นความผิดตามมาตรา 311 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ บล.คันทรี่กรุ๊ป เป็นบริษัทจดทะเบียน นายชูพงศ์จึงมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 89/7 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 281/2 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

109/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

51

15/11/2559 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์  

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("YNP") มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2559 พร้อมทั้งการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim Management Discussion and Analysis) ("MD&A") ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

52

15/11/2559 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)  

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2559 พร้อมทั้งการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim Management Discussion and Analysis) ("MD&A") ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

53

14/11/2559 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) มิได้ดูแลจัดการให้ LVT ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 (2) รายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) (4) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และ (5) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

54

14/11/2559 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 (2) รายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) (4) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และ (5) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในวันเดียวกับวันฟ้อง ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 581/2560 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 449/2560 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1)(2)(3)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งหมด 5 กระทง กล่าวคือ (1) ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 361 วัน เป็นเงิน 180,500 บาท (2) ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งส่งรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 297 วัน เป็นเงิน 148,500 บาท (3) ฐานไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 330 วัน เป็นเงิน 165,000 บาท (4) ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 284 วัน เป็นเงิน 142,000 บาท และ (5) ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ปรับ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 193 วัน เป็นเงิน 96,500 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงิน 1,032,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาทต่อวัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวล กฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 516,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 

 

55

14/10/2559 

นายธนิตย์ ธารีรัตนวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("AI") มิได้ดูแลจัดการให้ AI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

56

14/10/2559 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("AI") นำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

57

13/10/2559 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") มิได้ดูแลจัดการให้ AIE ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

58

13/10/2559 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") นำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

59

11/10/2559 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

60

11/10/2559 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

61

28/09/2559 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

62

28/09/2559 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

63

21/09/2559 

นายขุมทรัพย์ โลจายะ 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 นายขุมทรัพย์ โลจายะ ได้ขายหุ้นบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) ("SUPER") จำนวน 15,000,000 หุ้น ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง และจำนวน 27,500,000 หุ้น ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบบุคคลภายนอก โดยอาศัยข้อมูลภายในที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชน เกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินทุกประเภทที่ใช้ในการประกอบธุรกิจอิฐมวลเบา ทั้งทรัพย์สินที่ใช้ในการผลิต ใบอนุญาตต่าง ๆ เครื่องหมายการค้า และสินค้าคงเหลือให้แก่บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (SCCC) ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจหลักของ SUPER โดยนายขุมทรัพย์ โลจายะ ล่วงรู้มาเนื่องจาก เป็นอดีตกรรมการผู้จัดการของ SUPER และได้รับมอบหมายจาก SUPER ให้เป็นผู้ติดต่อและประสานงานกับฝ่ายผู้ซื้อ 

89/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

64

14/09/2559 

นางสาวนพวรรณ สุวรรณ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวนพวรรณ สุวรรณได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท ยงไทย จำกัด (มหาชน) ("YCI") ระหว่าง วันที่ 10 - 27 กันยายน 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น YCI มีการซื้อขายกันมากในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดย นางสาวนพวรรณให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น YCI เพื่อสร้างราคาโดยได้รับค่าตอบแทนจากการดำเนินการดังกล่าว  

84/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการขอ'พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

65

14/09/2559 

นายวิโรจน์ อานกแก้ว  

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิโรจน์ อานกแก้ว ได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท ยงไทย จำกัด (มหาชน) ("YCI") ระหว่าง วันที่ 10 - 27 กันยายน 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น YCI มีการซื้อขายกันมากในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยนายวิโรจน์ให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น YCI เพื่อสร้างราคาโดยได้รับค่าตอบแทนจากการดำเนินการดังกล่าว  

84/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

66

14/09/2559 

นายศิร์วสิษฏ์ สายน้ำผึ้ง 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายศิร์วสิษฏ์ สายน้ำผึ้งได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นอีก 5 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชีเข้าซื้อขายหุ้นบริษัท ยงไทย จำกัด (มหาชน) ("YCI") ในลักษณะอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าหุ้น YCI มีการซื้อขายกันมาก อย่างต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 10 - 27 กันยายน 2556 ทำให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น YCI ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด  

84/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

67

06/09/2559 

นางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ 

33 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจในการดำเนินงานของบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ("Lederer") ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้น โดยมีวงเงินขั้นต่ำ สำหรับการร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 5 ต่อปี ในระยะเวลา 6 เดือน โดยสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วันจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

081/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

68

06/09/2559 

นางสาวอรปภัตร จันทรสาขา 

33 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวอรปภัตร จันทรสาขา ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจในการดำเนินงานของบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด("Marnfha") ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้น โดยกำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน ร้อยละ 15 ต่อปี ในเวลา 12 เดือนโดยสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วัน จนกว่าจะครบกำหนดของสัญญา เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

081/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

69

06/09/2559 

บริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด 

33 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด ("Marnfha") โดยนางสาวอรปภัตร จันทรสาขา กรรมการผู้มีอำนาจ ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้น โดยกำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน ร้อยละ 15 ต่อปี ในเวลา 12 เดือนโดยสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วัน จนกว่าจะครบกำหนดของสัญญา เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

081/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

70

06/09/2559 

บริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด 

33 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ("Lederer") โดยนางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ กรรมการผู้มีอำนาจ ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้น โดยมีวงเงินขั้นต่ำ สำหรับการร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 5 ต่อปี ในระยะเวลา 6 เดือน โดยสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วันจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

081/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

71

14/07/2559 

นายสมจิตร สะใบบาง  

243 ประกอบ 86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมจิตร สะใบบาง ได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("UMI") ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยนายสมจิตรให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น UMI และสนับสนุนการดำเนินธุรกรรมด้านการเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในชื่อของตน 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

72

14/07/2559 

นางกชพร สิงห์ทอง  

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางกชพร สิงห์ทอง ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

73

14/07/2559 

นางสาวภัฑริกา คงบุญ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นนางสาวศิริกร ทองสาหร่าย) 

243 ประกอบ 86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวภัฑริกา คงบุญ ได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("UMI") ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยนางสาวภัฑริกาให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น UMI และสนับสนุนการดำเนินธุรกรรมด้านการเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในชื่อของตน 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

74

14/07/2559 

นายชูเกียรติ สิงห์ทอง  

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายชูเกียรติ สิงห์ทอง ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

75

14/07/2559 

นายประเศียร คงบุญ  

243 ประกอบ 86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเศียร คงบุญ ได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("UMI") ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยนายประเศียรให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น UMI และสนับสนุนการดำเนินธุรกรรมด้านการเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในชื่อของตน 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

76

14/07/2559 

นายปราบภณ สิงห์ทอง 

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปราบภณ สิงห์ทอง ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

77

14/07/2559 

นายพรหมกรรณ ศรีณรงค์ 

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพรหมกรรณ ศรีณรงค์ ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

78

14/07/2559 

นายสมชาย คงบุญ  

243 ประกอบ 86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมชาย คงบุญ ได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ตัวการในการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("UMI") ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยนายสมชายให้ตัวการยืมบัญชีเพื่อใช้ในการซื้อขายหุ้น UMI และสนับสนุนการดำเนินธุรกรรมด้านการเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในชื่อของตน 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

79

14/07/2559 

นายแฉล้ม เสมสฤษดิ์ 

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายแฉล้ม เสมสฤษดิ์ ขณะเกิดเหตุเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการ ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น บริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

ไม่ชำระค่าปรับให้เป็นไปตามการเปรียบเทียบ 

80

10/06/2559 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

81

10/06/2559 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2558 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2558 (แบบ 56-2)ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

82

18/05/2559 

นางปัณพร เหล่าวิวัฒน์วงศ์  

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางปัณพร เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

45 / 2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

83

18/05/2559 

นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ขณะเกิดเหตุเป็นประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของ บริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UMI ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

45 / 2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

84

18/05/2559 

นางสาววรัญญา เหล่าวิวัฒน์วงศ์  

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาววรัญญา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

45/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

85

18/05/2559 

นายตรัยรัธน์ ตรีรัตนพันธุ์  

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายตรัยรัธน์ ตรีรัตนพันธุ์ ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับบุคคลอีก 12 ราย ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จำนวนหลายบัญชี เพื่อสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้น UMI มีการซื้อขายกันมาก ผ่านการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องจนผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

45/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

86

28/03/2559 

นายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง 

246 และ 247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("NEWS") หรือเดิมชื่อบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ จำกัด (มหาชน) ("SLC") บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("POLAR") หรือเดิมชื่อบริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("WAT") และนายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง มีพฤติกรรมและเจตนาร่วมกันให้ได้มาซึ่งหลักทรัพย์และครอบงำกิจการของบริษัท เนชั่น มัลติมิเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("NMG") ในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยไม่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ NMG โดยเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวร่วมกันได้มาซึ่งหุ้น NMG ข้ามจุดทุกร้อยละ 5 และคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมดของ NMG อันเป็นการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ซึ่งต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง  

28/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

87

28/03/2559 

บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

246 และ 247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("NEWS") หรือเดิมชื่อบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ จำกัด (มหาชน) ("SLC") บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("POLAR") หรือเดิมชื่อบริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("WAT") และนายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง มีพฤติกรรมและเจตนาร่วมกันให้ได้มาซึ่งหลักทรัพย์และครอบงำกิจการของบริษัท เนชั่น มัลติมิเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("NMG") ในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยไม่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ NMG โดยเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวร่วมกันได้มาซึ่งหุ้น NMG ข้ามจุดทุกร้อยละ 5 และคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมดของ NMG อันเป็นการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ซึ่งต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง  

28/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

88

28/03/2559 

บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) 

246 และ 247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("NEWS") หรือเดิมชื่อบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ จำกัด (มหาชน) ("SLC") บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("POLAR") หรือเดิมชื่อบริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ("WAT") และนายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง มีพฤติกรรมและเจตนาร่วมกันให้ได้มาซึ่งหลักทรัพย์และครอบงำกิจการของบริษัท เนชั่น มัลติมิเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("NMG") ในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยไม่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ NMG โดยเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวร่วมกันได้มาซึ่งหุ้น NMG ข้ามจุดทุกร้อยละ 5 และคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมดของ NMG อันเป็นการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ซึ่งต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้อง  

28/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

89

21/03/2559 

นางสาวรัตนาพร อุ่นตา 

301 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวรัตนาพร อุ่นตา กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท อี เอ็ม เอ็ม คอนซัลติ้ง จำกัด ("EMM") ต้องรับโทษจากการกระทำความผิดของ EMM ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ แต่ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ย้ายเงินบำนาญในต่างประเทศไปลงทุนตามคำแนะนำของที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนซึ่งเป็นตัวแทนของ EMM โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษีและรับผลตอบแทนระยะยาว จึงเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

25/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

90

21/03/2559 

นายอลาน ซิดนี่ รอย เลน 

301 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอลาน ซิดนี่ รอย เลน กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท อี เอ็ม เอ็ม คอนซัลติ้ง จำกัด ("EMM") ต้องรับโทษจากการกระทำความผิดของ EMM ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ แต่ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ย้ายเงินบำนาญในต่างประเทศไปลงทุนตามคำแนะนำของที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนซึ่งเป็นตัวแทนของ EMM โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษีและรับผลตอบแทนระยะยาว จึงเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

25/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

91

21/03/2559 

บริษัท อี เอ็ม เอ็ม คอนซัลติ้ง จำกัด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท อี เอ็ม เอ็ม คอนซัลติ้ง จำกัด ("EMM") โดยนายอลาน ซิดนี่ รอย เลน และนางสาวรัตนาพร อุ่นตา ในฐานะกรรมการ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ย้ายเงินบำนาญในต่างประเทศไปลงทุนตามคำแนะนำของที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนซึ่งเป็นตัวแทนของ EMM โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษีและรับผลตอบแทนระยะยาว จึงเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

25/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

92

21/03/2559 

นายสุทธิศักดิ์ วจีปิยนันทานนท์  

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุทธิศักดิ์ วจีปิยนันทานนท์ ในฐานะกรรมการบริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) (AQ) มิได้ดูแลจัดการให้ AQ ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน  

 

93

16/03/2559 

นายสุรศักดิ์ จันโทริ 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

วันที่ 22 สิงหาคม 2555 นายสุรศักดิ์ จันโทริ ("นายสุรศักดิ์") ดำเนินการให้มีการซื้อและเป็นผู้รับประโยชน์จากการซื้อหุ้นสามัญบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ("GLOBAL") จำนวน 75,000 หุ้น ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเอกกมล จันโทริ โดยอาศัยข้อเท็จจริงด้านบวกอันเป็นสาระสำคัญที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนเกี่ยวกับการเข้าร่วมลงทุนของบริษัท เอสซีจี ดีสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยร้อยละ 100 ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในบริษัท GLOBAL โดยนายสุรศักดิ์ล่วงรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวมาจากการเป็นกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระของบริษัท GLOBAL 

22/2559
 

กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่รับเป็นคดีพิเศษและส่งเรื่องกลับมาให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งเห็นควรนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับกรณีความผิดนี้ 

 

94

16/03/2559 

นายเอกกมล จันโทริ 

241 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

วันที่ 22 สิงหาคม 2555 นายเอกกมล จันโทริ ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสุรศักดิ์ จันโทริ ("นายสุรศักดิ์") ในการดำเนินการให้มีการซื้อหุ้นสามัญบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ("GLOBAL") จำนวน 75,000 หุ้น ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง และช่วยจัดการชำระค่าซื้อหุ้นด้วยเงินที่ได้รับจากนายสุรศักดิ์ โดยนายสุรศักดิ์อาศัยประโยชน์จากการล่วงรู้ข้อเท็จจริงด้านบวกอันเป็นสาระสำคัญที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนเกี่ยวกับการเข้าร่วมลงทุนของบริษัท เอสซีจี ดีสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยร้อยละ 100 ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในบริษัท GLOBAL มาจากการเป็นกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระของบริษัท GLOBAL 

22/2559
 

กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่รับเป็นคดีพิเศษและส่งเรื่องกลับมาให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งเห็นควรนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับกรณีความผิดนี้ 

 

95

02/03/2559 

นางสาวศกุน ไชยคุณ 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวศกุน ไชยคุณ ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

96

02/03/2559 

นาย มาร์ก เอ็ดเวิร์ด ไคร์แฮม 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นาย มาร์ก เอ็ดเวิร์ด ไคร์แฮม ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

97

02/03/2559 

นายทิโมธี ล็อก 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายทิโมธี ล็อก ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

98

02/03/2559 

นายฮาร์พรีท ซัจจัน 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายฮาร์พรีท ซัจจัน ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

99

02/03/2559 

นายแอนดรูว์ วูด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายแอนดรูว์ วูด ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

100

02/03/2559 

นายโรเจอร์ เซฟทัน 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโรเจอร์ เซฟทัน ร่วมกับ บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") และผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำ นอกจากนี้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

101

02/03/2559 

บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส จำกัด ("PFS") โดยนาย มาร์ก เอ็ดเวิร์ด ไคร์แฮม ในฐานะกรรมการ ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่น ทำการชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำของ PFS นอกจากนี้ PFS ยังใช้เว็บไซต์ www.fsplatinum.com มีข้อความระบุว่า PFS เป็นสำนักงานบริหารจัดการของ Platinum Financial Services Limited Hong Kong โดยให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดย PFS ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จึงเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

102

02/03/2559 

นางคาเรน อลิซาเบธ เอนท์วิสเทิล 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางคาเรน อลิซาเบธ เอนท์วิสเทิล ในฐานะผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ Gilt Edge ในประเทศไทย กับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นอีก 3 ราย ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนในหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ Gilt Edge ยังใช้ เว็บไซต์ www.giltedgeintl.com www.on-t3-line.com และ www.online-t3.com ในการให้บริการอีกด้วย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายปฏิบัติฝ่าฝืน มาตรา 90 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

103

02/03/2559 

นายนิล คอลลาด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนีล คอลลาด ในฐานะผู้จัดการด้านบัญชีของ Gilt Edge กับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นอีก 3 ราย ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนในหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ Gilt Edge ยังใช้ เว็บไซต์ www.giltedgeintl.com www.on-t3-line.com และ www.online-t3.com ในการให้บริการอีกด้วย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายปฏิบัติฝ่าฝืน มาตรา 90 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

104

02/03/2559 

นายสตีเวน หรือสตีฟ เอนท์วิสเทิล 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสตีเวน หรือสตีฟ เอนท์วิสเทิล ในฐานะกรรมการผู้จัดการของ Gilt Edge กับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นอีก 3 ราย ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนในหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ Gilt Edge ยังใช้ เว็บไซต์ www.giltedgeintl.com www.on-t3-line.com และ www.online-t3.com ในการให้บริการอีกด้วย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายปฏิบัติฝ่าฝืน มาตรา 90 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

105

02/03/2559 

สำนักงานตัวแทนกิลท์ เอ็ดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (กรุ๊ป) ลิมิเต็ด ในประเทศไทย 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

สำนักงานตัวแทนกิลท์ เอ็ดจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (กรุ๊ป) ลิมิเต็ด ในประเทศไทย ("Gilt Edge") (โดยนางคาเรน อลิซาเบธ เอนท์วิสเทิล ในฐานะผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานในประเทศไทย) กับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นอีก 3 ราย ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนในหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ Gilt Edge ยังใช้ เว็บไซต์ www.giltedgeintl.com www.on-t3-line.com และ www.online-t3.com ในการให้บริการอีกด้วย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายปฏิบัติฝ่าฝืน มาตรา 90 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

17/2559
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

106

10/02/2559 

นายนีล อาร์เธอร์ ร็อบเบิร์ต 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนีล อาร์เธอร์ ร็อบเบิร์ต ("นายนีล") ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทย ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นทำการชักชวนบุคคลให้ลงทุนตามคำแนะนำและบริหารจัดการของบริษัท โกลบอล คอนซัลแตนท์ จำกัด ("Global") ผู้ถูกกล่าวโทษอีกรายหนึ่ง นอกจากนี้ Global ยังใช้เว็บไซต์ www.globalinvestments.net และ www.Qropdirect.com โฆษณาชวนเชื่อว่ามีทีมที่มากด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่ช่วยให้คำแนะนำและจัดการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าในชื่อต่าง ๆ เช่น Global Investments Far East Limited. และ Global Investments International Limited. การกระทำดังกล่าวเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

011/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

107

10/02/2559 

บริษัท โกลบอล คอนซัลแตนท์ จำกัด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โกลบอล คอนซัลแตนท์ จำกัด ("Global") ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นทำการชักชวนบุคคลให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำและบริหารจัดการของ Global นอกจากนี้ Global ยังใช้เว็บไซต์ www.globalinvestments.net และ www.Qropdirect.com โฆษณาชวนเชื่อว่ามีทีมที่มากด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่ช่วยให้คำแนะนำและจัดการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าในชื่อต่าง ๆ เช่น Global Investments Far East Limited. และ Global Investments International Limited. การกระทำดังกล่าวเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

011/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

108

08/02/2559 

นายริชาร์ด ดันสตัน มาลพาส 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายริชาร์ด ดันสตัน มาลพาส ("นายมาลพาส") ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทย ชักชวนผู้ลงทุนชาวต่างชาติให้ลงทุนในกองทุนตามคำแนะนำของตน เพื่อรับประโยชน์ทางด้านภาษีและผลตอบแทนระยะยาว โดยนายมาลพาสได้รับประโยชน์จากการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนดังกล่าวและกระทำเป็นทางค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นที่ปรึกษาการลงทุน อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

9/2559
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

109

04/02/2559 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

110

04/02/2559 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

111

04/02/2559 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

112

01/02/2559 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

113

01/02/2559 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

114

01/02/2559 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

115

27/01/2559 

นายบี เตชะอุบล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายบี เตชะอุบล ในฐานะประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ("EIC") มิได้ดูแลจัดการให้ EIC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาวันที่ 7 ตุลาคม 2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 3226/2559 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 56 มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 การกระทำของจำแลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ. มาตรา 91 ปรับกระทงละ 90,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับคนละ 180,000 บาท เป็นรายวัน วันละ 2,500 บาท กระทงแรกจำนวน 457 วัน ปรับคนละ 1,142,500 บาท กระทงที่สองจำนวน 416 วัน ปรับคนละ 1,040,000 บาท รวมปรับทั้งสองคนคนละ 2,362,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ปอ. มาตรา 78 คงปรับคนละ 1,181,250, บาท จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ. มาตรา 29 จำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ. มาตรา 29 มาตรา 30 

 

116

27/01/2559 

บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาวันที่ 7 ตุลาคม 2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 3226/2559 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 56 มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 การกระทำของจำแลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ. มาตรา 91 ปรับกระทงละ 90,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับคนละ 180,000 บาท เป็นรายวัน วันละ 2,500 บาท กระทงแรกจำนวน 457 วัน ปรับคนละ 1,142,500 บาท กระทงที่สองจำนวน 416 วัน ปรับคนละ 1,040,000 บาท รวมปรับทั้งสองคนคนละ 2,362,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ปอ. มาตรา 78 คงปรับคนละ 1,181,250, บาท จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ. มาตรา 29 จำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ. มาตรา 29 มาตรา 30 

 

117

26/01/2559 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") มิได้ดูแลจัดการให้ AIE ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 718/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 639/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (1)(2) วรรคหนึ่ง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด รวม 4 กระทง ให้ปรับคนละกระทงละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 160,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้อง รวม 966 วัน รวมปรับรายวันคนละ 966,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 80,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องอีกคนละ 483,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

118

26/01/2559 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) ("AIE") มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 718/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 639/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (1)(2) วรรคหนึ่ง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด รวม 4 กระทง ให้ปรับคนละกระทงละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 160,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้อง รวม 966 วัน รวมปรับรายวันคนละ 966,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 80,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องอีกคนละ 483,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

119

07/01/2559 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

120

07/01/2559 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

121

30/12/2558 

นางวรินรัศมิ์ อินทร์แก้ว 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางวรินรัศมิ์ อินทรแก้ว กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (56-1) และรายงานประจำปี 2557 (56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

122

30/12/2558 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("SMC") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SMC ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (56-1) และรายงานประจำปี 2557 (56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

123

30/12/2558 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายณัฐภูมิ ณ ลำพูน กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 ("แบบ 56-1") และรายงานประจำปี 2557 ("แบบ 56-2") ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

124

30/12/2558 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันในการกระทำแทนบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ("SCAN") ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน SCAN ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 ("แบบ 56-1") และรายงานประจำปี 2557 ("แบบ 56-2") ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

125

24/12/2558 

นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา 

89/7 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ในฐานะประธานกรรมการ NMG และทำหน้าที่ประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ NMG ประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นบางรายเข้าร่วมประชุม และห้ามไม่ให้ผู้ถือหุ้นบางรายออกเสียงลงคะแนน ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ของบริษัท เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 33 มาตรา 102 และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริตตามมาตรา 89/7 เป็นเหตุให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 281/2 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

136/2558
 

วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 4 , 89/7 , 281/2 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พ.ศ. 2535 มาตรา 4, 33, 85 วรรค 1, 102, 104 มาตรา 105 ประกอบ ปอ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งเก้าเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ปรับจำเลยทั้งเก้าคนละ 500,000 บาท หากจำเลยทั้งเก้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30  

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรรมการบริษัท เนชั่นฯ จำนวน 9 ราย เป็นจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีร่วมกันกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ในข้อหาและความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 4 มาตรา 89/7 และมาตรา 281/2 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนฯ มาตรา 4 มาตรา 33 มาตรา 85 วรรคหนึ่ง มาตรา 102 มาตรา 104 และมาตรา 105 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ (1) นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา (2) นายปกรณ์ บริมาสพร (3) นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ (?นายเชวง?) (4) นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ (5) นางสาวเขมกร วชิรวราการ (?นางสาวเขมกร?) (6) นายพนา จันทรวิโรจน์ (7) นางสาวดวงกมล โชตะนา (8) นายเสริมสิน สมะลาภา (9) นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น  

126

24/12/2558 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บมจ. แอสคอน ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2557 และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

127

24/12/2558 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2557 และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2558 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

128

24/12/2558 

นายธนิตย์ ธารีรัตนวิบูลย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("AI") มิได้ดูแลจัดการให้ AI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินดังนี้ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด (1) งบการเงินประจำปี 2557 ฉบับแก้ไข (2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 (3) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 และ (4) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 

 

เมื่อวันที่ 02/03/59 ศาลอาญามีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 638/2559 ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 56 (1)(2) วรรคหนึ่ง มาตรา 274 มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 4 กระทง ให้ปรับคนละกระทงละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 160,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้อง รวม 936 วัน รวมปรับรายวันคนละ 936,000 บาท และปรับอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 80,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องอีกคนละ 468,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 และมาตรา 30 กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

129

24/12/2558 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(2) ประกอบมาตรา 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงิน ดังนี้ ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด (1) งบการเงินประจำปี 2557 ฉบับแก้ไข (2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 (3) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 และ (4) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558  

 

เมื่อวันที่ 02/03/59 ศาลอาญามีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 638/2559 ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 56 (1)(2) วรรคหนึ่ง มาตรา 274 มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 4 กระทง ให้ปรับคนละกระทงละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 160,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้อง รวม 936 วัน รวมปรับรายวันคนละ 936,000 บาท และปรับอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 80,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องอีกคนละ 468,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 และมาตรา 30 กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

130

17/12/2558 

นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ 

89/7 ประกอบ 281/2 วรรค 2 307 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในปี 2555 นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ("นายแพทย์เอื้อชาติ") ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) ("RAM") ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ RAM กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต ทำการทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น ทำให้บริษัทเสียหาย และกระทำหรือยินยอมให้มีการทำผิดเกี่ยวกับเอกสารของบริษัท โดยได้จัดการให้ RAM ขายหุ้นธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ("KKP") ที่ RAM ลงทุนไว้ออกไปในราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญให้แก่บุคคลอื่นที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องและมีผลประโยชน์ร่วม เป็นเหตุให้ RAM ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และนายแพทย์เอื้อชาติยังได้รับประโยชน์จากการกระทำอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย แม้ว่าต่อมา ในปี 2557 นายแพทย์เอื้อชาติได้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ RAM แล้ว แต่เป็นการชดเชยความเสียหายหลังจากที่ ก.ล.ต. ตรวจพบความผิด นอกจากนี้ นายแพทย์เอื้อชาติได้กระทำการหรือยินยอมให้มีการไม่ลงข้อความสำคัญในเอกสารของ RAM เพื่อหลีกเลี่ยงไม่แสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นกับ RAM ไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัทจำนวน 4 งวด ได้แก่ งวดปี 2555 งวดไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 งวดไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 และงวดปี 2556 

133/2558
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง 

 

131

16/12/2558 

นายภัทรภพ อิทธิสัญญากร  

247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

วันที่ 11 มีนาคม 2558 นายภัทรภพ อิทธิสัญญากร ได้มาซึ่งหุ้นบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (KC) เป็นผลให้เป็นผู้ถือหลักทรัพย์ KC คิดเป็นร้อยละ 47.57 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ อันเป็นการข้ามจุดร้อยละ 25 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ แต่นายภัทรภพมิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน  

 

132

08/12/2558 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) มิได้ดูแลจัดการให้ LVT ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง งบการเงินไตรมาสที่ 1 - 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 1017/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2025/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวม 3 กระทง ฐานร่วมกันไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 จนถึงวันฟ้อง (30 มีนาคม 2559) เป็นเงิน 160,000 บาท ฐานร่วมกันไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2558 จนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 114,500 บาท และฐานร่วมกันไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 จนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 67,500 บาท รวมปรับเป็นเงิน 522,000 บาท และปรับรายวันต่ออีกวันละ 500 บาท ต่อกระทง นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยเป็นเงิน 261,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท ต่อกระทง นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2559 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 

 

133

08/12/2558 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 1017/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2025/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวม 3 กระทง ฐานร่วมกันไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 จนถึงวันฟ้อง (30 มีนาคม 2559) เป็นเงิน 160,000 บาท ฐานร่วมกันไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2558 จนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 114,500 บาท และฐานร่วมกัน ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2558 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 จนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 67,500 บาท รวมปรับเป็นเงิน 522,000 บาท และปรับรายวันต่ออีกวันละ 500 บาท ต่อกระทง นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 261,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท ต่อกระทง นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2559 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29  

 

134

27/11/2558 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

135

27/11/2558 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2558 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2558 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

136

19/11/2558 

นางสาวสุรีรัตน์ อาจปักษา 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวสุรีรัตน์ อาจปักษา ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นจัดการเงินทุนของบุคคลอื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกระทำเป็นทางค้าปกติและไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เป็นการจัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 16 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

129/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

137

19/11/2558 

นายวรพล หมื่นบวร 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายวรพล หมื่นบวร ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นจัดการเงินทุนของบุคคลอื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกระทำเป็นทางค้าปกติและไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เป็นการจัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 16 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

129/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

138

19/11/2558 

นายสายเพชร ทองเงา 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายสายเพชร ทองเงา ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นจัดการเงินทุนของบุคคลอื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกระทำเป็นทางค้าปกติและไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เป็นการจัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 16 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

129/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

139

12/11/2558 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("YNP") มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2558 พร้อมทั้งการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim Management Discussion and Analysis) ("MD&A") ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

140

12/11/2558 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2558 พร้อมทั้งการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim Management Discussion and Analysis) ("MD&A") ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

141

22/10/2558 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และ รายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

142

22/10/2558 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และ รายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

143

15/10/2558 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

คดีขาดอายุความ 

 

144

15/10/2558 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2)ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

คดีขาดอายุความ 

 

145

06/10/2558 

นางสาวทัน เลถิ 

311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวทัน เลถิ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการการลงทุนของบริษัทบลิส-เทล จำกัด (มหาชน) ("BLISS") มีอำนาจตัดสินใจและอนุมัติการลงทุนในหลักทรัพย์แทนบริษัท ได้ร่วมกับนางสาวเพ็ญแข เกตุแก้ว กรรมการการลงทุนของ BLISS ซึ่งถูกกล่าวโทษอีกรายหนึ่ง แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ BLISS โดยตัดสินใจหรือดำเนินการให้มีการนำทรัพย์สินของ BLISS ไปลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("CIG-W1") ในปี 2553 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลภายนอก ทำให้ BLISS ขาดทุนเป็นเงิน 17.4 ล้านบาทจากการลงทุนในช่วงที่ CIG-W1 ใกล้หมดอายุการใช้สิทธิและมีราคาต้นทุนสูง และขายหลักทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมดออกไปในช่วงราคาต่ำ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 311 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

109/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

146

06/10/2558 

นางสาวเพ็ญแข เกตุแก้ว 

311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวเพ็ญแข เกตุแก้ว ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการการลงทุนของบริษัทบลิส-เทล จำกัด (มหาชน) ("BLISS") มีอำนาจตัดสินใจและอนุมัติการลงทุนในหลักทรัพย์แทนบริษัท ได้ร่วมกับนางสาวทัน เลถิ กรรมการการลงทุนของ BLISS ซึ่งถูกกล่าวโทษอีกรายหนึ่ง แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ BLISS โดยตัดสินใจหรือดำเนินการให้มีการนำทรัพย์สินของ BLISS ไปลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("CIG-W1") ในปี 2553 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลภายนอก ทำให้ BLISS ขาดทุนเป็นเงิน 17.4 ล้านบาทจากการลงทุนในช่วงที่ CIG-W1 ใกล้หมดอายุการใช้สิทธิและมีราคาต้นทุนสูง และขายหลักทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมดออกไปในช่วงราคาต่ำ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 311 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

109/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

147

21/09/2558 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) มิได้ดูแลจัดการให้ LVT ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2557 รายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 706/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 624/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(3)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 365 วัน เป็นเงิน 182,500 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งส่งรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 336 วัน เป็นเงิน 168,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 306 วัน เป็นเงิน 153,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงิน 683,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 341,750 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 1 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี  

 

148

21/09/2558 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2557 รายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 706/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 624/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(3)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 365 วัน เป็นเงิน 182,500 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งส่งรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 336 วัน เป็นเงิน 168,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) ปรับ 60,000 บาท และ ปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 306 วัน เป็นเงิน 153,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงิน 683,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย เป็นเงิน 341,750 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 1 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29  

 

149

15/09/2558 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("YNP") มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 546/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 873/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (2)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 160,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 160,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และ ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 145,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 90,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องรวม 3 กระทงอีกคนละ 233,250 บาท และปรับรายวันรวม 3 กระทงอีกคนละ 750 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี ได้ แต่ไม่เกิน 2 ปี  

 

150

15/09/2558 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 546/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 873/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (2)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 160,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 160,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และ ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบรายงานประจำปี 2557 (แบบ 56-2) วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 145,500 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (15 กุมภาพันธ์ 25859) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือปรับคนละ 90,000 บาท ปรับรายวันคำนวนถึงวันฟ้องรวม 3 กระทงอีกคนละ 233,250 บาท และปรับรายวันรวม 3 กระทงอีกคนละ 750 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 มีนาคม 2559) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี ได้ แต่ไม่เกิน 2 ปี  

 

151

15/09/2558 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ("บมจ.แอสคอน") ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบมจ.แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

152

15/09/2558 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 (แบบ 56-1) สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

153

17/08/2558 

นายปริญญ์ พฤกษะวัน 

145(3)(4) 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2557 นายปริญญ์ พฤกษะวัน (นายปริญญ์) ซึ่งในขณะนั้นทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รับอนุญาต สังกัดบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ดีบีเอสฯ) ได้กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ โดยใช้ข้อมูลที่ล่วงรู้จากการส่งคำสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าจำนวน 3 ราย ไปใช้ทำการซื้อขายในลักษณะดักหน้า โดยทำผ่านบัญชีซื้อขายของบุคคลอื่นซึ่งได้เปิดไว้ที่บริษัทหลักทรัพย์อีกแห่งหนึ่ง จากนั้นนายปริญญ์ได้นำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไปซื้อขายดักหน้าไว้มาทำรายการจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าทั้ง 3 รายของบล.ดีบีเอสฯ ซึ่งทำให้นายปริญญ์ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของราคา ในขณะที่ลูกค้าดังกล่าวได้รับความเสียหาย 

96/2558
 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

154

03/07/2558 

นางสาวณชรัฐ ศิริเทพ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวณชรัฐ ศิริเทพ ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่น ซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) (TYM) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) (THE)) ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2551 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 อย่างต่อเนื่อง ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 9 ราย ในลักษณะอำพรางผลักดันและพยุงราคา และจับคู่ซื้อขายกันเองระหว่างบัญชี ทำให้การซื้อขายหุ้น TYM ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น TYM และเข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าว  

85/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

155

03/07/2558 

นางสาวณราภร ชูเวสศิริพร 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวณราภร ชูเวสศิริพรได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่น ซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) (TYM) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) (THE)) ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2551 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 อย่างต่อเนื่อง ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 9 ราย ในลักษณะอำพรางผลักดันและพยุงราคา และจับคู่ซื้อขายกันเองระหว่างบัญชี ทำให้การซื้อขายหุ้น TYM ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น TYM และเข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าว  

85/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

156

03/07/2558 

นายธนัตถ์เดชน์ หรือนายจิรพจน์ สุทธิอรรถศิลป์ หรือผาติโพธิวัฒน์ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนัตถ์เดชน์ หรือนายจิรพจน์ สุทธิอรรถศิลป์ หรือผาติโพธิวัฒน์ ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่น ซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) (TYM) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) (THE)) ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2551 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 อย่างต่อเนื่อง ผ่านบัญชี ซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 9 ราย ในลักษณะอำพรางผลักดันและพยุงราคา และจับคู่ซื้อขายกันเอง ระหว่างบัญชี ทำให้การซื้อขายหุ้น TYM ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น TYM และเข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าว  

85/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

157

03/07/2558 

นายสรณ์นนท์ สุทธิอรรถศิลป์ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรณ์นนท์ สุทธิอรรถศิลป์ ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่น ซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) (TYM) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) (THE)) ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2551 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 อย่างต่อเนื่อง ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 9 ราย ในลักษณะ อำพรางผลักดันและพยุงราคา และจับคู่ซื้อขายกันเองระหว่างบัญชี ทำให้การซื้อขายหุ้น TYM ผิดไปจาก สภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น TYM และ เข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าว  

85/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

158

03/07/2558 

นายอีริค แจค จอร์แดน 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอีริค แจค จอร์แดน ในฐานะกรรมการบริษัท โปรเฟสชั่นแนล พอร์ทโฟลิโอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PPI) และในฐานะส่วนตัว ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นทำการชักชวนบุคคลให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำและบริหารจัดการของ PPI นอกจากนี้ PPI ยังใช้เว็บไซต์ www.ppi-advisory.com โฆษณาชวนเชื่อว่ามีทีมผู้แนะนำที่มากด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำและจัดการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

86/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

159

03/07/2558 

นายแกรี่ แบรดฟอร์ด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายแกรี่ แบรดฟอร์ด ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นทำการชักชวนบุคคลให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำและบริหารจัดการของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล พอร์ทโฟลิโอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PPI) ผู้ถูกกล่าวโทษอีกรายหนึ่ง นอกจากนี้ PPI ยังใช้เว็บไซต์ www.ppi-advisory.com โฆษณาชวนเชื่อว่ามีทีมผู้แนะนำที่มากด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำและจัดการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

86/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

160

03/07/2558 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล พอร์ทโฟลิโอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล พอร์ทโฟลิโอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PPI) ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นทำการชักชวนบุคคลให้ลงทุนในหลักทรัพย์ตามคำแนะนำและบริหารจัดการของ PPI นอกจากนี้ PPI ยังใช้เว็บไซต์ www.ppi-advisory.com โฆษณาชวนเชื่อว่ามีทีมผู้แนะนำที่มากด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำและจัดการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

86/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

161

24/06/2558 

นางสาวกรรณิการ์ สร้อยคีรี 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2551 ถึงปี 2553 นางสาวกรรณิการ์ สร้อยคีรี ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย Commercial ของบริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (GSTEL) ได้ร่วมกันกับนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GSTEL กระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินของ GSTEL ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง โดยลงบัญชีเท็จเกี่ยวกับการบันทึกเจ้าหนี้ต่างประเทศค่าซื้อวัตถุดิบต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลวงบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทในงวดปี 2551 งวดไตรมาสที่ 1/2552 งวดไตรมาสที่ 2/2552 งวดไตรมาสที่ 3/2552 และงวดปี 2552 โดยมีนายนกุล สกุลโชติกโรจน์ ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว 

81/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

162

24/06/2558 

นายนกุล สกุลโชติกโรจน์ 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2551 ถึงปี 2553 นายนกุล สกุลโชติกโรจน์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ดูแลด้าน Corporate Finance ของบริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (GSTEL) ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GSTEL และนางสาวกรรณิการ์ สร้อยคีรี ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย Commercial ของ GSTEL ในการกระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินของ GSTEL ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง โดยลงบัญชีเท็จเกี่ยวกับการบันทึกเจ้าหนี้ต่างประเทศค่าซื้อวัตถุดิบต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลวงบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทในงวดปี 2551 งวดไตรมาสที่ 1/2552 งวดไตรมาสที่ 2/2552 งวดไตรมาสที่ 3/2552 และงวดปี 2552 

81/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

163

24/06/2558 

นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2551 ถึงปี 2553 นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (GSTEL) ได้ร่วมกันกับนางสาวกรรณิการ์ สร้อยคีรี ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย Commercial ของ GSTEL กระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินของ GSTEL ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง โดยลงบัญชีเท็จเกี่ยวกับการบันทึกเจ้าหนี้ต่างประเทศค่าซื้อวัตถุดิบต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลวงบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทในงวดปี 2551 งวดไตรมาสที่ 1/2552 งวดไตรมาสที่ 2/2552 งวดไตรมาสที่ 3/2552 และงวดปี 2552 โดยมีนายนกุล สกุลโชติกโรจน์ ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว 

81/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

164

24/06/2558 

นายชนาธิป ไตรวุฒิ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2552 ถึงปี 2553 นายชนาธิป ไตรวุฒิ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS) ได้ร่วมกันกับนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการของ GJS กระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินของ GJS ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง โดยลงบัญชีเท็จเกี่ยวกับการบันทึกเจ้าหนี้ต่างประเทศค่าซื้อวัตถุดิบต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลวงบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทในงวดไตรมาสที่ 1/2552 งวดไตรมาสที่ 2/2552 งวดไตรมาสที่ 3/2552 และงวดปี 2552 

81/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

165

24/06/2558 

นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2552 ถึงปี 2553 นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการของบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS) ได้ร่วมกันกับนายชนาธิป ไตรวุฒิ ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ GJS กระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินของ GJS ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง โดยลงบัญชีเท็จเกี่ยวกับการบันทึกเจ้าหนี้ต่างประเทศค่าซื้อวัตถุดิบต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลวงบุคคลทั่วไปให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทในงวดไตรมาสที่ 1/2552 งวดไตรมาสที่ 2/2552 งวดไตรมาสที่ 3/2552 และงวดปี 2552 

81/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

166

31/03/2558 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 56(1) และมาตรา 199 ประกอบมาตรา 56(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

 

วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรค 1 มาตรา 274 มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองแม้จะเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นการกระทำความผิดในคราวเดียวกัน ซึ่งไม่ได้ฟ้องมาในคดีแรก จึงคงให้ลงโทษเท่าคดีแรกฐานไม่ร่วมกันไม่ส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ปรับจำเลยทั้งสองคน คนละ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 341 วัน เป็นเงินจำนวน 170,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 58 จนกว่าปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แต่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้ลดกึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท รวม 341 วัน เป็นเงินจำนวน 85,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับตั้งแต่ 22 ต.ค. 58 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยให้กักขังไม่เกิน 1 ปี  

 

167

31/03/2558 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการของบริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) ในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ LVT และมีหน้าที่ดูแล LVT ในการจัดทำงบการเงินของบริษัท ต้องรับผิดตามมาตรา 300 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ กรณี LVT ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรค 1 มาตรา 274 มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองแม้จะเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นการกระทำความผิดในคราวเดียวกัน ซึ่งไม่ได้ฟ้องมาในคดีแรก จึงคงให้ลงโทษเท่าคดีแรกฐานไม่ร่วมกันไม่ส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ปรับจำเลยทั้งสองคน คนละ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 341 วัน เป็นเงินจำนวน 170,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 58 จนกว่าปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แต่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้ลดกึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท รวม 341 วัน เป็นเงินจำนวน 85,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับตั้งแต่ 22 ต.ค. 58 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยให้กักขังไม่เกิน 1 ปี  

 

168

18/03/2558 

นายธเนศ เกษมศานติ์ 

302 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธเนศ เกษมศานติ์ ในฐานะผู้ควบคุมการปฏิบัติงานและกรรมการบริหารบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในธุรกรรมประเมินมูลค่ากิจการและจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นเพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าวออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำและนำส่งข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยข้อมูลดังกล่าวมีสาระสำคัญต่อการพิจารณาว่าบุคคลใดอาศัยประโยชน์จากการเข้าถึงหรือล่วงรู้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อหุ้น นอกจากนี้ นายธเนศยังให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการพิจารณาและพิสูจน์การกระทำผิด และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ การกระทำของนายธเนศจึงเข้าข่ายเป็นความผิดฐานให้ถ้อยคำเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 302 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ 

35/2558
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี 

 

169

13/03/2558 

นางสาววรพิน งามไกวัล 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 27 - 28 กรกฎาคม 2554 นางสาววรพิน งามไกวัล ขายหุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) จำนวน 318,500 หุ้น ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก โดยอาศัยข้อเท็จจริงด้านลบอันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้น TUCC ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชน เกี่ยวกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้ารายย่อย 26 ราย จำนวน 43.99 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2554 ของ TUCC ขาดทุนจำนวน 104.86 ล้านบาท ซึ่งนางสาววรพินได้ล่วงรู้มาในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินของ TUCC ในช่วงดังกล่าว 

30/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

170

13/03/2558 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2554 นายยงยุทธ งามไกวัล ชักชวนให้นางสาววรกุล งามไกวัล ขายหุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) จำนวน 17,475,100 หุ้น ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก โดยอาศัยข้อเท็จจริงด้านลบอันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้น TUCC ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชน เกี่ยวกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้ารายย่อย 26 ราย จำนวน 43.99 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2554 ของ TUCC ขาดทุนจำนวน 104.86 ล้านบาท โดยนายยงยุทธได้ล่วงรู้มาในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TUCC ในขณะนั้น และนายยงยุทธได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการชักชวนดังกล่าว 

30/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

171

11/03/2558 

นางสาวรติยา สังข์ด้วง 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวรติยา สังข์ด้วง ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายบัญชีการเงินและบริหารสำนักงาน และผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสินเสถียร เอี่ยมพูลทรัพย์ อดีตประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของ PRO และนายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีการเงินและบริหารสำนักงานของ PRO ในการจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีอันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตั้งแต่งบการเงินไตรมาสที่ 2/2549 ถึงงบการเงินไตรมาสที่ 1/2552 เกี่ยวกับรายการเงินให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก เงินลงทุนในโครงการแปรรูปอลูมิเนียม และการซื้อเครื่องจักรใช้ในโครงการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

29/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

172

11/03/2558 

นายสมสิทธิ์ มูลสถาน 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมสิทธิ์ มูลสถาน กรรมการผู้จัดการของบริษัท เทอร์ม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสินเสถียร เอี่ยมพูลทรัพย์ อดีตประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของ PRO และนายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีการเงินและบริหารสำนักงานของ PRO ในการจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีอันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตั้งแต่งบการเงินไตรมาสที่ 2/2549 ถึงงบการเงินไตรมาสที่ 1/2552 เกี่ยวกับรายการเงินให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก เงินลงทุนในโครงการแปรรูปอลูมิเนียม และการซื้อเครื่องจักรใช้ในโครงการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

29/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

173

11/03/2558 

นายสินเสถียร เอี่ยมพูลทรัพย์ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสินเสถียร เอี่ยมพูลทรัพย์ อดีตประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ได้ร่วมกันกับนายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีการเงินและบริหารสำนักงานของ PRO กระทำการหรือยินยอมให้มีการจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีของ PRO อันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรง ต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตั้งแต่งบการเงินไตรมาสที่ 2/2549 ถึงงบการเงินไตรมาสที่ 1/2552 เกี่ยวกับรายการเงินให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก เงินลงทุนในโครงการแปรรูปอลูมิเนียม และการซื้อเครื่องจักรใช้ในโครงการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา โดยมีนางสาวรติยา สังข์ด้วง และนายสมสิทธิ์ มูลสถาน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน  

29/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

174

11/03/2558 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีการเงินและบริหารสำนักงานของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ได้ร่วมกันกับ นายสินเสถียร เอี่ยมพูลทรัพย์ อดีตประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของ PRO กระทำการหรือยินยอมให้มีการจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีของ PRO อันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรง ต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตั้งแต่งบการเงินไตรมาสที่ 2/2549 ถึงงบการเงินไตรมาสที่ 1/2552 เกี่ยวกับรายการเงินให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก เงินลงทุนในโครงการแปรรูปอลูมิเนียม และการซื้อเครื่องจักรใช้ในโครงการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา โดยมีนางสาวรติยา สังข์ด้วง และนายสมสิทธิ์ มูลสถาน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน  

29/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

175

09/03/2558 

นางสาวอรุณวดี กิตติเกษมศักดิ์ 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวอรุณวดี กิตติเกษมศักดิ์ ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยแสดงตนผ่านทางเว็บไซต์ http://www.qb-corp.com โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

26/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

176

09/03/2558 

นายอารยะ พยุงวิวัฒนกูล 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอารยะ พยุงวิวัฒนกูล ในฐานะกรรมการบริษัท โกลบัลวิว คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยแสดงตนผ่านทางเว็บไซต์ http://www.qb-corp.com โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

26/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

177

09/03/2558 

นายเรืองฤทธิ์ พันศิริ 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเรืองฤทธิ์ พันศิริ ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยแสดงตนผ่านทางเว็บไซต์ http://www.qb-corp.com โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

26/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

178

09/03/2558 

บริษัท ควอนตัม เบนชมาร์ค คอร์ปอเรชั่น 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ควอนตัม เบนชมาร์ค คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยแสดงตนผ่านทางเว็บไซต์ http://www.qb-corp.com โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

26/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

179

09/03/2558 

บริษัท โกลบัลวิว คอนซัลติ้ง จำกัด 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โกลบัลวิว คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยแสดงตนผ่านทางเว็บไซต์ http://www.qb-corp.com โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

26/2558
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

180

25/02/2558 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะผู้ทำแผน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA) มิได้ดูแลจัดการให้ SINGHA ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 3 สิงหาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับเป็นเงิน 404,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง 

 

181

25/02/2558 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 3 สิงหาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับเป็นเงิน 404,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง 

 

182

17/02/2558 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

183

17/02/2558 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

184

16/02/2558 

นางวัชรีย์ งามไกวัล 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2553 ถึงปี 2554 นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ TUCC มิได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยนางวัชรีย์ งามไกวัล ได้ร่วมกับผู้บริหารของ TUCC ได้แก่ (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (3) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป และ (4) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชี กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันเป็นการเสียหายแก่ TUCC และจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเหล็กดำจากบริษัทผู้ค้าเหล็กดำ 8 ราย ที่ไม่มีจริง รวมมูลค่า 529,529.326 .15 บาท เพื่อลวงให้ TUCC จ่ายเงินค่าซื้อเหล็กดำที่ไม่มีจริงออกจากบริษัทโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของ นางวัชรีย์ งามไกวัล กับพวก เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 307 308 311 312 และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยมี (5) บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด (BF) (6) บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด (KSC) (7) นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล กรรมการของ BF และ KSC และ (8) บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด (บริษัทย่อยของ TUCC) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อและขายหล็กดำของ TUCC  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

185

16/02/2558 

นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2553 ถึงปี 2554 นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป บริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ TUCC มิได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยนางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา ได้ร่วมกับผู้บริหารของ TUCC ได้แก่ (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และ (4) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชี กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันเป็นการเสียหายแก่ TUCC และจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเหล็กดำจากบริษัทผู้ค้าเหล็กดำ 8 ราย ที่ไม่มีจริง รวมมูลค่า 529,529.326 .15 บาท เพื่อลวงให้ TUCC จ่ายเงินค่าซื้อเหล็กดำที่ไม่มีจริงออกจากบริษัทโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของ นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กับพวก เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 307 308 311 312 และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยมี (5) บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด (BF) (6) บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด (KSC) (7) นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล กรรมการของ BF และ KSC และ (8) บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด (บริษัทย่อยของ TUCC) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อและขายหล็กดำของ TUCC  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

186

16/02/2558 

นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2553 ถึงปี 2554 นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ TUCC มิได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยนางสาวสุทธิรัตน์ เสวี ได้ร่วมกับผู้บริหารของ TUCC ได้แก่ (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และ (4) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารทั่วไป กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันเป็นการเสียหายแก่ TUCC และจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเหล็กดำจากบริษัทผู้ค้าเหล็กดำ 8 ราย ที่ไม่มีจริง รวมมูลค่า 529,529.326 .15 บาท เพื่อลวงให้ TUCC จ่ายเงินค่าซื้อเหล็กดำที่ไม่มีจริงออกจากบริษัทโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้อื่น การกระทำของนางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กับพวก เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 307 308 311 312 และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยมี (5) บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด (BF) (6) บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด (KSC) (7) นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล กรรมการของ BF และ KSC และ (8) บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด (บริษัทย่อยของ TUCC) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อและขายหล็กดำของ TUCC  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

187

16/02/2558 

นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล ในฐานะกรรมการของบริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ประกอบด้วย (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (4) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป (5) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ในการบันทึกบัญชีของ TUCC เกี่ยวกับการขายเหล็กดำเป็นเท็จ ไม่ตรงต่อความเป็นจริง 

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

188

16/02/2558 

นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2553 ถึงปี 2554 นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ TUCC มิได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยนางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย ได้ร่วมกับผู้บริหารของ TUCC ได้แก่ (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป และ (4) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันเป็นการเสียหายแก่ TUCC และจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเหล็กดำจาก บริษัทผู้ค้าเหล็กดำ 8 ราย ที่ไม่มีจริง รวมมูลค่า 529,529.326 .15 บาท เพื่อลวงให้ TUCC จ่ายเงินค่าซื้อ เหล็กดำที่ไม่มีจริงออกจากบริษัทโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของนางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย กับพวก เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 307 308 311 312 และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยมี (5) บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด (BF) (6) บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด (KSC) (7) นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล กรรมการของ BF และ KSC และ (8) บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด (บริษัทย่อยของ TUCC) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อและขายหล็กดำของ TUCC  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

189

16/02/2558 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2553 ถึงปี 2554 นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของ TUCC มิได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยนายยงยุทธ งามไกวัล ได้ร่วมกับผู้บริหารของ TUCC ได้แก่ (1) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (3) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป และ (4) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชี กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้อันเป็นการเสียหายแก่ TUCC และจัดทำเอกสารและบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเหล็กดำจากบริษัทผู้ค้าเหล็กดำ 8 ราย ที่ไม่มีจริง รวมมูลค่า 529,529.326 .15 บาท เพื่อลวงให้ TUCC จ่ายเงินค่าซื้อเหล็กดำที่ไม่มีจริงออกจากบริษัทโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของ นายยงยุทธ งามไกวัล กับพวก เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 307 308 311 312 และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยมี (5) บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด (BF) (6) บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด (KSC) (7) นางสาวเจริญรัตน์ ชื่นวิรัชสกุล กรรมการของ BF และ KSC และ (8) บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด (บริษัทย่อยของ TUCC) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการบันทึกบัญชีเท็จเกี่ยวกับการซื้อและขายหล็กดำของ TUCC  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

190

16/02/2558 

บริษัท บี เอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ประกอบด้วย (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (4) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป (5) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ในการบันทึกบัญชีของ TUCC เกี่ยวกับการขายเหล็กดำเป็นเท็จ ไม่ตรงต่อความเป็นจริง  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

191

16/02/2558 

บริษัท เค.เอส.ซี. สแตนเลส โปรดักส์ จำกัด  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ประกอบด้วย (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (4) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป (5) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ในการบันทึกบัญชีของ TUCC เกี่ยวกับการขายเหล็กดำเป็นเท็จ ไม่ตรงต่อความเป็นจริง  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

192

16/02/2558 

บริษัท ไทยนิชเช่ จำกัด  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไทยยูนีค คอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ประกอบด้วย (1) นายยงยุทธ งามไกวัล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2) นางวัชรีย์ งามไกวัล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (3) นางสุจิตต์ รุ่งเจริญชัย อดีตกรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (4) นางสาวนิตยา ยงค์พิทักษ์วัฒนา กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป (5) นางสาวสุทธิรัตน์ เสวี กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ในการบันทึกบัญชีของ TUCC เกี่ยวกับการขายเหล็กดำเป็นเท็จ ไม่ตรงต่อความเป็นจริง  

15/2558
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

193

05/02/2558 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของบมจ. แอสคอน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกประจำปี 2557 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

194

05/02/2558 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก ประจำปี 2557 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

195

21/01/2558 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) ต้องรับผิดกรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

196

21/01/2558 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC)ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

197

21/01/2558 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน  

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ต้องรับผิดกรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ  

 

198

21/01/2558 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน)  

56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ  

 

199

15/01/2558 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

200

15/01/2558 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

201

19/12/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 และงบการเงิน ไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

202

19/12/2557 

นายธนา เอื้อวิทยา 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนา เอื้อวิทยา ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)(STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

203

19/12/2557 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

204

19/12/2557 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

205

19/12/2557 

นายยุทธนา ลี้ไพโรจน์กุล 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยุทธนา ลี้ไพโรจน์กุล ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 16 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

181/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

กรณีนี้นายยุทธนากระทำความผิดตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ด้วย 

206

29/10/2557 

นายธนา เอื้อวิทยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนา เอื้อวิทยา ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)(STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง , 274 วรรคหนึ่ง, 300 ลงโทษปรับ 70,000 บาท ปรับรายวันอีก 2,000 บาทต่อวันนับแต่วันกระทำความผิดจนถึงวันที่ได้มีการจัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 รวม 255 วัน เป็นเงิน 510,000 บาท รวมปรับ 580,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 290,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 กรณีกักขังให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 2 ปี 

 

207

29/10/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคบของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

208

29/10/2557 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

209

29/10/2557 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

210

29/10/2557 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) มิได้ดูแลจัดการให้ PRO ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งจัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 284 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้ว (งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557) ปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง และให้ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันต่อกระทง สำหรับกระทงแรก 284 วัน เป็นปรับคนละ 284,000 บาท และปรับกระทงที่ 2 193 วันเป็นปรับคนละ 193,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 597,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันต่อกระทง นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 298,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันต่อกระทง นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี  

 

211

29/10/2557 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO)ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 284 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้ว (งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557) ปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง และให้ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันต่อกระทง สำหรับกระทงแรก 284 วัน เป็นปรับคนละ 284,000 บาท และปรับกระทงที่ 2 193 วันเป็นปรับคนละ 193,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 597,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันต่อกระทง นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 298,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันต่อกระทง นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี  

 

212

15/10/2557 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) (THL) มิได้ดูแลจัดการให้ THL ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง รายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวัน รวม 286 วัน เป็นปรับคนละ 572,000 บาท รวมปรับคนละ 632,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน รวม 286 วัน เป็นเงิน 286,000 บาท รวมปรับคนละ 316,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

213

15/10/2557 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวัน รวม 286 วัน เป็นปรับคนละ 572,000 บาท รวมปรับคนละ 632,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน รวม 286 วัน เป็นเงิน 286,000 บาท รวมปรับคนละ 316,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

214

03/10/2557 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปัญญา กฤติยาวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) มิได้ดูแลจัดการให้ LVT ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลา ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานร่วมกันไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตาม ม. 78 ปอ. ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

215

03/10/2557 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(3) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอล.วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1)(3) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานไม่ส่งรายงานประจำปี 56 (แบบ 56-2) ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 161 วัน เป็นเงิน 80,500 บาท ฐานไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และฐานไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 260,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 130,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 

 

216

15/09/2557 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(1)(4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 349 วัน เป็นเงิน 174,500 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 182,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 รวมเป็นเงิน 117,250 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 121,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29,30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี (คดีดำ 1499/2558 คดีแดง 1443/2558) 

 

217

15/09/2557 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2557 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(1)(4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 349 วัน เป็นเงิน 174,500 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 182,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 รวมเป็นเงิน 117,250 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 121,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 (คดีดำ 1499/2558 คดีแดง 1443/2558) 

 

218

09/09/2557 

นางสาวชนาธิป ตันติพูนธรรม 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นางสาวชนาธิป ตันติพูนธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้น บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ  

 

219

09/09/2557 

นางสาวศิริญา ดำรงวิธีธรรม 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นางสาวศิริญา ดำรงวิธีธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้น บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

220

09/09/2557 

นายฉาย บุนนาค 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายฉาย บุนนาค ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าว ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายตาม 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

221

09/09/2557 

นายทรี บุญปราศภัย 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายทรี บุญปราศภัย ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

222

09/09/2557 

นายปฐมัน บูรณะสิน 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายปฐมัน บูรณะสิน ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าว ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายตาม 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

223

09/09/2557 

นายพาวิตต์ นาถะพินธุ 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายพาวิตต์ นาถะพินธุ ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

224

09/09/2557 

นายมีศักดิ์ มากบำรุง 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายมีศักดิ์ มากบำรุง ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

225

09/09/2557 

นายสุพิชยะ ฉายเหมือนวงศ์ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายสุพิชยะ ฉายเหมือนวงศ์ ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าว ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายตาม 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

226

09/09/2557 

นายอภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายอภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ  

 

227

09/09/2557 

นายเทพฤทธิ์ สีหิสราภิสิทธิ์ 

243(1) 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายเทพฤทธิ์ สีหิสราภิสิทธิ์ ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

228

09/09/2557 

นายไท บุญปราศภัย 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2553 นายไท บุญปราศภัย ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายฉาย บุนนาค ในการซื้อขายหุ้น บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SLC) ในลักษณะสร้างราคา 

129/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

229

09/09/2557 

นางสาวกรุณา แก้วมณี 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 นางสาวกรุณา แก้วมณี ได้ช่วยเหลือสนับสนุนให้นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ บุคคลไม่ทราบชื่อ อีก 1 ราย และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่มเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดด้วย  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

230

09/09/2557 

นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพได้ตกลงหรือรู้เห็นร่วมกันกับนายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ บุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาดโดยมีนายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ นางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

231

09/09/2557 

นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ ได้ตกลงหรือรู้เห็นร่วมกันกับนายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ บุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาดโดยมีนายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ นางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

232

09/09/2557 

นายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 นายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ ได้ช่วยเหลือสนับสนุนให้นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ บุคคลไม่ทราบอีกชื่ออีก 1 ราย และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดด้วย  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

233

09/09/2557 

นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล ได้ตกลงหรือรู้เห็นร่วมกันกับนางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ บุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ นางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

234

09/09/2557 

บุคคลไม่ทราบชื่อ 1 ราย 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2551 บุคคลไม่ทราบชื่อ 1 ราย ได้ตกลงหรือรู้เห็นร่วมกันกับนายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ และตัวการอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) สร้างราคาหุ้นบริษัทยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) (UKEM) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 7 บัญชี โดยร่วมกันทำการซื้อขายต่อเนื่องในลักษณะอำพราง รวมทั้งจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น UKEM เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาดโดยมีนายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ นางสาวกรุณา แก้วมณี และบุคคลอื่นอีก 5 ราย (ซึ่งแจ้งความประสงค์ขอเข้ารับการเปรียบเทียบ) ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด  

128/2557
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

235

05/09/2557 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของ บมจ. แอสคอน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

คดีดำ อ. 398/2557 คดีแดง อ. 675/2558 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 ประกอบ ปอ. ม. 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 ประกอบ ม. 300 และ ปอ. ม. 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทวงความผิดไป ตาม ปอ ม. 91 ฐานไม่จัดทำไม่ส่งงบการเงินและไม่ส่งรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของบริษัท และเนื่องจากจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2555 ติดต่อกันจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 6 คดี แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่เข็ดหลาบประกอบกับการกระทำความผิดในลักษณะนี้จะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและทุนจดทะเบียนมีมูลค่าสูงถึง 460 ล้านบาท จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก ปรับคนละ 100,000 บาท รวม 3 กระทง รวมปรับคนละ 300,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาท ต่อวัน สำหรับกระทงแรก 374 วัน เป็นปรับคนละ 694,000 บาท กระทรวงที่ 316 วัน เป็นปรับคนละ 632,000 บาท และกระทงที่ 3 236 วัน เป็นปรับคนละ 572,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 2,198,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวันต่อกระทงนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้อง 10 ก.พ. 58) เป็นต้นไปตลอดที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ.ม. 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ.ม. 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี  

 

236

05/09/2557 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด 

56(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ให้เห็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

คดีดำ อ. 398/2557 คดีแดง อ. 675/2558 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 ประกอบ ปอ. ม. 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 ประกอบ ม. 300 และ ปอ. ม. 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทวงความผิดไป ตาม ปอ ม. 91 ฐานไม่จัดทำไม่ส่งงบการเงินและไม่ส่งรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของบริษัท และเนื่องจากจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2555 ติดต่อกันจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 6 คดี แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่เข็ดหลาบประกอบกับการกระทำความผิดในลักษณะนี้จะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและทุนจดทะเบียนมีมูลค่าสูงถึง 460 ล้านบาท จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก ปรับคนละ 100,000 บาท รวม 3 กระทง รวมปรับคนละ 300,000 บาท และให้ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาท ต่อวัน สำหรับกระทงแรก 374 วัน เป็นปรับคนละ 694,000 บาท กระทรวงที่ 316 วัน เป็นปรับคนละ 632,000 บาท และกระทงที่ 3 236 วัน เป็นปรับคนละ 572,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 2,198,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวันต่อกระทงนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้อง 10 ก.พ. 58) เป็นต้นไปตลอดที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ.ม. 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ.ม. 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี  

 

237

26/08/2557 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งสำเนารายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

238

26/08/2557 

นายโพธิ์ บุญศิริ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโพธิ์ บุญศิริ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งสำเนารายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

239

26/08/2557 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(3) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งสำเนารายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

240

25/08/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งรายงานประจำปี เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 40,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 322,000 บาท และปรับคนละวันละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 161,000 บาท รวมปรับคนละ 181,000 บาท และปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 หากต้องกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

241

25/08/2557 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(3) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งรายงานประจำปี เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 40,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 322,000 บาท และปรับคนละวันละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 161,000 บาท รวมปรับคนละ 181,000 บาท และปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 หากต้องกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

242

25/08/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งรายงานประจำปี เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 40,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (รับฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 322,000 บาท และปรับคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 161,000 บาท รวมปรับคนละ 181,000 บาท และปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 หากต้องกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

243

25/08/2557 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(3) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งรายงานประจำปี เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 40,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (รับฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 322,000 บาท และปรับคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท กับให้ปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2558 (วันฟ้อง) เป็นเวลา 322 วัน เป็นเงิน 161,000 บาท รวมปรับคนละ 181,000 บาท และปรับอีกคนละวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 หากต้องกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

244

08/08/2557 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(1)(4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 349 วัน เป็นเงิน 174,500 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 182,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 รวมเป็นเงิน 117,250 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 121,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29,30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี (คดีดำ 1499/2558 คดีแดง 1443/2558) 

 

245

08/08/2557 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(1)(4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 349 วัน เป็นเงิน 174,500 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 182,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2557 รวมเป็นเงิน 117,250 บาท และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 121,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 (คดีดำ 1499/2558 คดีแดง 1443/2558) 

 

246

08/08/2557 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) มิได้ดูแลจัดการให้ PRO ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ต้องนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 56 มาตรา 199 มาตรา 274 และมาตรา 300 ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันฟ้องรวม 203 วัน เป็นเงิน 101,500 บาท รวมเป็นเงิน 121,500 บาท จำเลยทั้งสองรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เป็นจำนวน 60,750 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะดำเนินการและนำส่งรายงานประจำปี (แบบ 56-2) ประจำปี 2556 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 

 

247

08/08/2557 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 56 มาตรา 199 มาตรา 274 และมาตรา 300 ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันฟ้องรวม 203 วัน เป็นเงิน 101,500 บาท รวมเป็นเงิน 121,500 บาท จำเลยทั้งสองรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เป็นจำนวน 60,750 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะดำเนินการและนำส่งรายงานประจำปี (แบบ 56-2) ประจำปี 2556 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 

 

248

08/08/2557 

นายธนา เอื้อวิทยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนา เอื้อวิทยา ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) (STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง รายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ระวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวัน รวม 237 วัน เป็นปรับคนละ 474,000 บาท รวมปรับคนละ 534,000 บาท และปรับบคนละ 2,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 รวมปรับคนละ 267,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 ธันวาคม 2557) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

249

08/08/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2556 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ระวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาทต่อวัน รวม 237 วัน เป็นปรับคนละ 474,000 บาท รวมปรับคนละ 534,000 บาท และปรับคนละ 2,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 รวมปรับคนละ 267,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 ธันวาคม 2557) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

250

29/07/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคแรก 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคแรก 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงิน รายงานทางการเงิน และผลการดำเนินงานที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดประจำรอบบัญชี 2556 ปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันคนละ วันละ 300 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนวันฟ้องเป็นเวลา 295 วัน เป็นเงินคนละ 88,500 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 118,500 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ภายในกำหนดเวลาต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวัน คนละ วันละ 300 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 295 วัน เป็นเงินคนละ 88,500 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 118,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ปรับกระทงละ 59,250 บาท รวมสองกระทงเป็นเงินคนละ 118,500 บาท และคงปรับรายวันคนละ วันละ 150 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงิน รายงานทางการเงินและผลการดำเนินงานที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดประจำรอบปีบัญชี 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

251

29/07/2557 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบ 56(1)(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคแรก 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคแรก 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงิน รายงานทางการเงิน และผลการดำเนินงานที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดประจำรอบบัญชี 2556 ปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันคนละ วันละ 300 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนวันฟ้องเป็นเวลา 295 วัน เป็นเงินคนละ 88,500 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 118,500 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ภายในกำหนดเวลาต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวัน คนละ วันละ 300 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 295 วัน เป็นเงินคนละ 88,500 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 118,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ปรับกระทงละ 59,250 บาท รวมสองกระทงเป็นเงินคนละ 118,500 บาท และคงปรับรายวันคนละ วันละ 150 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงิน รายงานทางการเงินและผลการดำเนินงานที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดประจำรอบปีบัญชี 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี  

 

252

29/07/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (2) (4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกกรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับคนละ 40,000 บาท และในปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 อีกคนละ 200 บาทต่อวันรวม 303 วัน และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี อีกคนละ 200 บาทต่อวัน รวม 303 วัน และปรับรายวันอีกคละ 400 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท ฐานไม่จัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับคนละ 20,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 อีกคนละ 100 บาทต่อวันรวม 303 วัน และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีอีกคนละ 100 บาทต่อวัน รวม 303 วัน รวมปรับคนละ 100,600 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 200 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี. 

 

253

29/07/2557 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (2) (4) วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกกรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับคนละ 40,000 บาท และในปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 อีกคนละ 200 บาทต่อวันรวม 303 วัน และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี อีกคนละ 200 บาทต่อวัน รวม 303 วัน และปรับรายวันอีกคละ 400 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท ฐานไม่จัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับคนละ 20,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี 2556 อีกคนละ 100 บาทต่อวันรวม 303 วัน และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีอีกคนละ 100 บาทต่อวัน รวม 303 วัน รวมปรับคนละ 100,600 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 200 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี. 

 

254

14/07/2557 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) มิได้ดูแลจัดการให้ PRO ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 300 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันรวม 329 วัน เป็นปรับ 329,000 บาท รวมปรับคนละ 389,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจาราณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 329 วัน เป็นเงิน 164,500 บาท รวมปรับคนละ 194,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ให้กักขุงแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี/  

 

255

14/07/2557 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 300 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 วางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันรวม 329 วัน เป็นปรับ 329,000 บาท รวมปรับคนละ 389,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจาราณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 329 วัน เป็นเงิน 164,500 บาท รวมปรับคนละ 194,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ให้กักขุงแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี/  

 

256

16/06/2557 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) (THL) มิได้ดูแลจัดการให้ THL ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2556 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงจ้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2556 (1 มีนาคม 2557 ถึงปัจจุบัน) ปรับคนละ 60,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) (1 เมษายน ถึงปัจจุบัน) ปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ 120,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี อีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 363 วัน เป็นปรับคนละ 181,500 บาท และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) อีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 332 วัน เป็นปรับคนละ 166,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 467,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันมีคำพิพากษาและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามปรมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นปรับคนละ 233,750 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันนับถัดจากวันมีคำพิพากษาและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยกักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

257

16/06/2557 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และ(2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(2)(4) วรรคหนึ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี 2556 (1 มีนาคม 2557 ถึงปัจจุบัน) ปรับคนละ 60,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) (1 เมษายน ถึงปัจจุบัน) ปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ 120,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชีประจำปี อีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 363 วัน เป็นปรับคนละ 181,500 บาท และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) อีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 332 วัน เป็นปรับคนละ 166,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 467,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันมีคำพิพากษาและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามปรมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นปรับคนละ 233,750 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันนับถัดจากวันมีคำพิพากษาและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยกักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

258

16/06/2557 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCCปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ระวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน รวม 304 วัน เป็นปรับคนละ 304,000 บาท รวมปรับคนละ 364,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวัน รวม 304 วัน เป็นเงิน 152,000 บาท รวมปรับคนละ 182,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

259

16/06/2557 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(3) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ระวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน รวม 304 วัน เป็นปรับคนละ 304,000 บาท รวมปรับคนละ 364,000 บาท และปรับคนละ 1,000 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาท ต่อวัน รวม 304 วัน เป็นเงิน 152,000 บาท รวมปรับคนละ 182,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มกราคม 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

260

16/06/2557 

นายธนา เอื้อวิทยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนา เอื้อวิทยา ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) (STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรค 1 มาตรา 199 วรรค 2 มาตรา 274 วรรค 1 มาตรา 300 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาท ต่อวัน รวม 170 วัน เป็นปรับคนละ 340,000 บาท รวมปรับคนละ 400,000 บาท และปรับคนละ 2,000 บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน รวม 170 วัน เป็นเงิน 170,000 บาท รวมปรับคนละ 200,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กันยายน 2557) เป็นต้นไป ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

261

16/06/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(4) วรรค 1 มาตรา 199 วรรค 2 มาตรา 274 วรรค 1 มาตรา 300 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับคนละ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 2,000 บาท ต่อวัน รวม 170 วัน เป็นปรับคนละ 340,000 บาท รวมปรับคนละ 400,000 บาท และปรับคนละ 2,000 บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นปรับคนละ 30,000 บาท ปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวัน รวม 170 วัน เป็นเงิน 170,000 บาท รวมปรับคนละ 200,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาท ต่อวันนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กันยายน 2557) เป็นต้นไป ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี 

 

262

06/06/2557 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29,30 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

263

06/06/2557 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

264

04/06/2557 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะผู้ทำแผน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA) มิได้ดูแลจัดการให้ SINGHA ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยกรรมละ 60,000 บาท เป็นเงิน 120,000 บาท และปรับรายวันอีกแต่ละกรรม 500 บาทต่อวัน กรรมแรก 314 วัน เป็นเงินค่าปรับรายวัน 157,000 บาท กรรมสอง 283 วัน เป็นเงินค่าปรับรายวัน 141,500 บาท รวมเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 418,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือ 209,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

265

04/06/2557 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2558 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยกรรมละ 60,000 บาท เป็นเงิน 120,000 บาท และปรับรายวันอีกแต่ละกรรม 500 บาทต่อวัน กรรมแรก 314 วัน เป็นเงินค่าปรับรายวัน 157,000 บาท กรรมสอง 283 วัน เป็นเงินค่าปรับรายวัน 141,500 บาท รวมเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 418,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือ 209,250 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

266

04/06/2557 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

267

04/06/2557 

นายโพธิ์ บุญศิริ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโพธิ์ บุญศิริ ในฐานะกรรมการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

268

04/06/2557 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

269

14/05/2557 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) (STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 58 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 300 ประกอบ ปอ. ม. 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ.ม. 91 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้ว วางโทษปรับคนละ60,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ120,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้วอีกคนละ 500 บาท ต่อวันเป็น 365 วัน เป็นปรับคนละ 182,500 บาท และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินอีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 354 วัน เป็นปรับคนละ 177,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 479,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดจนที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ปอ.ม. 78 ปรับคนละ 239,750 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ปอ.ม. 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามปอ.ม. 29 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี  

 

270

14/05/2557 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 58 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ม. 56(1)(4) ว.1 , 199 ว.2 274 ว. 1 300 ประกอบ ปอ. ม. 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ.ม. 91 ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้ว วางโทษปรับคนละ60,000 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่นำส่งงบการเงินวางโทษปรับคนละ 60,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ120,000 บาท และให้ปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีสอบทานแล้วอีกคนละ 500 บาท ต่อวันเป็น 365 วัน เป็นปรับคนละ 182,500 บาท และปรับรายวันฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินอีกคนละ 500 บาทต่อวัน รวม 354 วัน เป็นปรับคนละ 177,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินคนละ 479,500 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 1,000 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดจนที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ปอ.ม. 78 ปรับคนละ 239,750 บาท และปรับรายวันอีกคนละ 500 บาทต่อวัน นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558) เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ปอ.ม. 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามปอ.ม. 29 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี  

 

271

14/05/2557 

นายธีระยุทธ เหมพุทธ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายธีระยุทธ เหมพุทธ ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

71/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

272

14/05/2557 

บริษัท เอ็น.เอ.ที. (ไทยแลนด์) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เอ็น.เอ.ที. (ไทยแลนด์) จำกัด (หรือ บริษัท เอ็น.เอ.ที หรือ N.A.T. (Thailand) Co., Ltd.) ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

71/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

273

12/05/2557 

นายธนา เอื้อวิทยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนา เอื้อวิทยา ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) (STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56(1)(2) วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง , 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาส วางโทษปรับ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกวันละ 2,000 บาท รวม 262 วัน เป็นโทษปรับ 524,000 บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี วางโทษปรับ 60,000 บาท ปรับรายวันอีกวันละ 2,000 บาท รวม 251 วัน เป็นโทษปรับ 502,000 บาท รวมโทษปรับ 1,146,000 บาท จำเลยรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสิ้น 573,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 

 

274

12/05/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

275

12/05/2557 

นางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับนายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล และนางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุทั้งคู่เป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน สร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายสรร ดงวรรณภักดี และบุคคลอื่นอีก 3 ราย (ซึ่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557) ให้การช่วยเหลือโดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งคำร้องขอของนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ มาให้คณะกรรมการเปรียบเทียบทำการเปรียบเทียบความผิด ซึ่งนางสาวอังคกาญจน์ชำระค่าปรับตามคำสั่งเปรียบเทียบ ที่ 141/2557 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2557 ความผิดเป็นอันเลิกกัน 

 

276

12/05/2557 

นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน สร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายสรร ดงวรรณภักดี และบุคคลอื่นอีก 3 ราย (ซึ่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557) ให้การช่วยเหลือโดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

277

12/05/2557 

นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน สร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายสรร ดงวรรณภักดี และบุคคลอื่นอีก 3 ราย (ซึ่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557) ให้การช่วยเหลือโดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

278

12/05/2557 

นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล และนางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุทั้งคู่เป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน สร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายสรร ดงวรรณภักดี และบุคคลอื่นอีก 3 ราย (ซึ่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557) ให้การช่วยเหลือโดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

279

12/05/2557 

นายสรร ดงวรรณภักดี 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นายสรร ดงวรรณภักดี ให้การช่วยเหลือนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล และนางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุทั้งคู่เป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในการสร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

280

12/05/2557 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2550 นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับนางสาวอังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) (RICH) นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล และนางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ ซึ่งขณะเกิดเหตุทั้งคู่เป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) และนายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล สร้างราคาหุ้น RICH ผ่านการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลรวม 15 รายในลักษณะอำพราง โดยทำการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายกันภายในกลุ่ม เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น RICH เป็นผลให้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีนายสรร ดงวรรณภักดี และบุคคลอื่นอีก 3 ราย (ซึ่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557) ให้การช่วยเหลือโดยให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการกระทำความผิด 

68/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

281

06/05/2557 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCCปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

282

06/05/2557 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

283

21/04/2557 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 และงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29,30 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

284

21/04/2557 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 และงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

285

09/04/2557 

Mr. Matthew Christensen 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

Mr. Matthew Christensen ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับ ก.ล.ต. ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

286

09/04/2557 

Seandar Inc. 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

Seandar Inc. (หรือ Seandar, Seandar Limited, Seandar Inc. Limited, Seandar (Asia) Ltd., Seandar Europe, Seandarfx) ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับ ก.ล.ต. ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

287

09/04/2557 

Mr. Huang Young Lin 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

Mr. Huang Young Lin (หรือ Yong Lin Huang) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

288

09/04/2557 

Mr. Tang Tia Julien 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

Mr. Tang Tia Julien (หรือ Tia Julien Tang) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

289

09/04/2557 

Mr. Teh Cheng Huat 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

Mr. Teh Cheng Huat (หรือ Cheng Huat Teh) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

290

09/04/2557 

Seandar Inc. 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

Seandar Inc. (หรือ Seandar) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน  

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

291

09/04/2557 

บริษัทเอส ดี โกลบอล 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทเอส ดี โกลบอล ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน 

47/2557
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

292

07/02/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง ประกอบมาตรา 300 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับคนละ 100,000 บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ 2,000 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนตลอดเวลาที่ยังมิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 293 วัน เป็นเงินคนละ 586,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 686,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 343,000 บาท และคงปรับรายวันคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจเลบยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ./จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๔๐๐ บาท คิดถึงวันฟ้อง ๒๙๒ วัน เป็นเงินคนละ ๑๑๖,๘๐๐ บาท รวมกับค่าปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว คงปรับคนละ ๒๑๖,๘๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง แล้วคงปรับคนละ ๑๐๘,๔๐๐ บาท และปรับรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติถูกต้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 

 

293

07/02/2557 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง ประกอบมาตรา 300 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับคนละ 100,000 บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ 2,000 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนตลอดเวลาที่ยังมิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ให้ถูกต้อง คิดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 293 วัน เป็นเงินคนละ 586,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 686,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 343,000 บาท และคงปรับรายวันคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจเลบยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ./ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๔๐๐ บาท คิดถึงวันฟ้อง ๒๙๒ วัน เป็นเงินคนละ ๑๑๖,๘๐๐ บาท รวมกับค่าปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว คงปรับคนละ ๒๑๖,๘๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง แล้วคงปรับคนละ ๑๐๘,๔๐๐ บาท และปรับรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติถูกต้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 

 

294

07/02/2557 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพยย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 193 วัน เป็นเงินคนละ 38,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 58,600 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 29,300 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./  

 

295

07/02/2557 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) (SMC) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพยย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 193 วัน เป็นเงินคนละ 38,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 58,600 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 29,300 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./  

 

296

04/02/2557 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) มิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

297

04/02/2557 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

298

04/02/2557 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ PRO มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ PRO ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในกรณีไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535มาตรา 56 (1), 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 40,000 บาท และปรับรายวันนับแต่วันกระทำความผิดจนถึงวันฟ้อง วันละ 400 บาท รวม 256 วัน รวมปรับคนละ 102,400 บาท รวมเป็นเงินค่าปรับคนละ 142,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 71,200 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ 

 

299

04/02/2557 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535มาตรา 56 (1), 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 40,000 บาท และปรับรายวันนับแต่วันกระทำความผิดจนถึงวันฟ้อง วันละ 400 บาท รวม 256 วัน รวมปรับคนละ 102,400 บาท รวมเป็นเงินค่าปรับคนละ 142,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 71,200 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ 

 

300

27/01/2557 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง 300 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29,30 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

301

27/01/2557 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 24 ธ.ค. 57 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 364 วัน เป็นเงิน 364,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 272,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 258 วัน เป็นเงิน 258,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 ปรับ 40,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท รวม 227 วัน เป็นเงิน 227,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 182,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 136,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 129,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2556 รวมเป็นเงิน 113,500 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 (คดีดำ 3769/2557 คดีแดง 5766/2557) 

 

302

16/01/2557 

นางสาวสุชัญญา ลาภวิสุทธิสิน 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวสุชัญญา ลาภวิสุทธิสิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด ให้การช่วยเหลือนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายสนทยา น้อยเจริญ และนายภิรมย์ ปริวัติ กรณียักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

303

16/01/2557 

นายชาญชัย เล็กวิจิตรธาดา 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายชาญชัย เล็กวิจิตรธาดา กรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ให้การช่วยเหลือนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายสนทยา น้อยเจริญ และนายภิรมย์ ปริวัติ กรณียักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

304

16/01/2557 

บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด โดยนางสาวสุชัญญา ลาภวิสุทธิสิน กรรมการผู้จัดการ ให้การช่วยเหลือนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายสนทยา น้อยเจริญ และนายภิรมย์ ปริวัติ กรณียักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

305

10/01/2557 

นายปอก้วน กิตติศรีไสว 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปอก้วน กิตติศรีไสว ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)(STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199วรรคสอง, 300 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 225 วัน เป็นคนเงินคนละ 45,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 65,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 32,500 บาท และคงปรับรายวันวันละคนละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับขังไม่เกิน 1 ปี. 

 

306

10/01/2557 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199วรรคสอง, 300 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 225 วัน เป็นคนเงินคนละ 45,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 65,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 32,500 บาท และคงปรับรายวันวันละคนละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับขังไม่เกิน 1 ปี. 

 

307

17/12/2556 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโกสินทร์ โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะผู้ทำแผน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA) มิได้ดูแลจัดการให้ SINGHA ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ 100,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บ. ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2557 รวม 357 วัน เป็นเงิน 357,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งคงปรับ 178,500 บาท และปรับรายวันนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้องอีกวันละ 500 บาท 

 

308

17/12/2556 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ 100,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บ. ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2557 รวม 357 วัน เป็นเงิน 357,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งคงปรับ 178,500 บาท และปรับรายวันนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้องอีกวันละ 500 บาท 

 

309

14/11/2556 

นายปอก้วน กิตติศรีไสว 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปอก้วน กิตติศรีไสว ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) (STHAI) มิได้ดูแลจัดการให้ STHAI ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ56-1) (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) (5) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (6) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ได้ไปให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนว่า นายธนา เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ในช่วงเวลานำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 แต่พนักงานอัยการฟ้องนายธนา เป็นจำเลยที่ 3 โดยนายธนาต้องรับผิดตั้งแต่ช่วงรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

พิพากษาปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 รวมเป็นเงินคนละ 332,600 บาท และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 208,600 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 166,300 บาท และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 104,300 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ปรับจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นรายวันคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่จำเลยที่ 1 และ 2 ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในส่วนของจำเลยที่ 3 ปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่จำเลยที่ 3 ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (กรณีรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556) 

 

310

14/11/2556 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) (5) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (6) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ ตลาดทุนประกาศกำหนด วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ได้ไปให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนว่า นายธนา เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) ในช่วงเวลานำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 แต่พนักงานอัยการฟ้องนายธนา เป็นจำเลยที่ 3 โดยนายธนาต้องรับผิดตั้งแต่ช่วงรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

พิพากษาปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 รวมเป็นเงินคนละ 332,600 บาท และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 208,600 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 166,300 บาท และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 104,300 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ปรับจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นรายวันคนละวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่จำเลยที่ 1 และ 2 ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในส่วนของจำเลยที่ 3 ปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ตลอดเวลาที่จำเลยที่ 3 ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (กรณีรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556) 

 

311

31/10/2556 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

25 มีนาคม 2557 ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชี ประจำปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗) เป็นเวลา ๓๕๘ วัน เป็นเงิน ๗๑,๖๐๐ บาท และปรับวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ฐานไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗) เป็นเวลา ๓๕๘ วัน เป็นเงิน ๗๑,๖๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ รวมปรับ ๑๘๓,๒๐๐ บาท และปรับวันละ ๔๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๙๑,๖๐๐ บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ 

 

312

25/10/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 จำนวน 2 กรณี กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวันคนละ วันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2557) เป็นเวลา 301 วัน เป็นเงินคนละ 60,200 บาท รวมปรับคนละ 80,200 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2556 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2557 ) เป็นเวลา 200 วัน เป็นเงินคนละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2556 รวมปรับคนละ 140,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 70,100 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ 

 

313

25/10/2556 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) (SMC) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ (1)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวันคนละ วันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2557) เป็นเวลา 301 วัน เป็นเงินคนละ 60,200 บาท รวมปรับคนละ 80,200 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2556 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2557 ) เป็นเวลา 200 วัน เป็นเงินคนละ 40,000 บาท รวมปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2556 รวมปรับคนละ 140,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 70,100 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และหากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./  

 

314

25/10/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SCANปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 จำนวน 2 กรณี กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

จำเลยที่ 1 (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ก (งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 273 วัน เป็นเงินคนละ 136,500 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ข (งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556) เป็นกากระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 182 วัน เป็นเงินคนละ 91,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 347,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 173,750 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดส่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดซ้ำซาก พฤติการณ์ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จึงลงโทษปรับให้หรักเพื่อให้หลาบจำและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./  

 

315

25/10/2556 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 จำนวน 2 กรณี กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 

 

จำเลยที่ 1 (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ก (งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 273 วัน เป็นเงินคนละ 136,500 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ข (งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556) เป็นกากระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 182 วัน เป็นเงินคนละ 91,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 347,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 173,750 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดส่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดซ้ำซาก พฤติการณ์ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จึงลงโทษปรับให้หรักเพื่อให้หลาบจำและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./  

 

316

22/10/2556 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ PRO ในกรณี PRO ไม่จัดทำและนำส่ง (ก) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่กำหนด และ (ข) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 363 วัน เป็นเงินคนละ 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 272 วัน เป็นเงินคนละ 54,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 167,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎฆมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,500 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และที่ 2 ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

317

22/10/2556 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวม 2 กรณี ดังนี้ (ก) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด และ (ข) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ภายใน ระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 363 วัน เป็นเงินคนละ 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 272 วัน เป็นเงินคนละ 54,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 167,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎฆมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,500 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และที่ 2 ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

318

16/10/2556 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

คดีขาดอายุความ 

 

319

16/10/2556 

นายโพธิ์ บุญศิริ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโพธิ์ บุญศิริ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

คดีขาดอายุความ 

 

320

16/10/2556 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

คดีขาดอายุความ 

 

321

08/10/2556 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) มิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง งบการเงินงบการเงินไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

ศาลพิพากษาลงโทษ 

 

322

08/10/2556 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

คดีขาดอายุความ 

 

323

03/10/2556 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) มิได้ดูแลจัดการให้ TUCCปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงิน 6 เดือนแรกของปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 พฤษภาคม 2557) เป็นเวลา 289 วัน เป็นเงินคนละ 57,800 บาท และปรับคนละ 200 บาทนับถัดจากวันฟ้อง รวมปรับ 77,800 บาท จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 38,900 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 100 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

324

03/10/2556 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) เป็นบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีคำสั่งห้ามซื้อขายหุ้น TUCC โดยขึ้นเครื่องหมาย SP และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย มีหน้าที่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ในรูปเอกสารต่อสำนักงานและในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ ELCID ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2556 แต่มิได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 พฤษภาคม 2557) เป็นเวลา 289 วัน เป็นเงินคนละ 57,800 บาท และปรับคนละ 200 บาทนับถัดจากวันฟ้อง รวมปรับ 77,800 บาท จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 38,900 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 100 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2556 ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

325

30/09/2556 

นางสาวลลนา ศิริจรรยากุล 

246 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2550 ถึง 15 พฤษภาคม 2550 นางสาวลลนา ศิริจรรยากุล มิได้รายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหุ้นบริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TRAF) (ปัจจุบันชื่อบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MPIC)) ของตนเองที่ถือผ่านบุคคลอื่นเมื่อข้ามจุดทุกร้อยละ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียุติ 

 

326

20/09/2556 

นายธีระยุทธ เหมพุทธ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายธีระยุทธ เหมพุทธ กรรมการบริษัท ยูเอส แอดวานซ์ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี 

 

327

20/09/2556 

บริษัท ยูเอส แอดวานซ์ จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ยูเอส แอดวานซ์ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 20,000 บาท 

 

328

19/09/2556 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) (THL) มิได้ดูแลจัดการให้ THL ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงจ้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา ๕๖, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 363 วัน เป็นเงินคนละ 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 273 วัน เป็นเงินคนละ ๕๔,๖๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 167,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,600 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และที่ 2ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

329

19/09/2556 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 และ (2) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา ๕๖, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 363 วัน เป็นเงินคนละ 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 273 วัน เป็นเงินคนละ ๕๔,๖๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 167,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,600 บาท และคงปรับรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และที่ 2ประจำปี 2556 หากไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

330

18/09/2556 

นายจอร์จ ซาบ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายจอร์จ ซาบ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) (CAWOW) มิได้ดูแลจัดการให้ CAWOW ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) และ (5) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

331

18/09/2556 

บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) (CAWOW) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) และ (5) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถนำผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

332

18/09/2556 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

333

18/09/2556 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

334

18/09/2556 

บริษัท ซันวู้ดอินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) ประกอบ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ซันวู้ดอินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) (SUN) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรก ประจำปี 2556 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๓๒ วัน เป็นเงินคนละ ๖๖,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๓๒ วัน เป็นเงินคนละ ๖๖,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดง รายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๖ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๑๙๗ วัน เป็นเงินคนละ ๓๙,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายงานทางการเงินดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๒๓๒,๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๑๑๖,๑๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำ และส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา หกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๖ ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ ๑ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ปี./  

 

335

18/09/2556 

นายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของ บมจ. ซันวู้ดอินดัสตรีส์ (SUN) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรก ประจำปี 2556 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๓๒ วัน เป็นเงินคนละ ๖๖,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๓๒ วัน เป็นเงินคนละ ๖๖,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดง รายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๖ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๑๙๗ วัน เป็นเงินคนละ ๓๙,๔๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายงานทางการเงินดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๒๓๒,๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๑๑๖,๑๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำ และส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา หกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๖ ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ ๑ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ปี./  

 

336

09/09/2556 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของ บมจ. แอสคอน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบมจ.แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง , ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและทำทั้งงบการเงิน ประจำวงดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืน ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๓๖๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาทและปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละ วันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๒๘ วัน เป็นเงินคนละ ๔๕,๓๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ ๒๕๑,๒๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๖๐๐ บาท จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี ๒๕๕๕ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และงบการเงินไตรมาสที่๒ ประจำปี ๒๕๕๖ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๗๘คงปรับจำเลยทั้งสอง คนละ ๑๒๕,๖๐๐ บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ ๓๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี ๒๕๕๕ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ ๑ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ ปี./  

 

337

09/09/2556 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง , ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและทำทั้งงบการเงิน ประจำวงดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืน ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๓๖๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาทและปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละ วันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๒๘ วัน เป็นเงินคนละ ๔๕,๓๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ ๒๕๑,๒๐๐ บาท และปรับคนละวันละ ๖๐๐ บาท จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี ๒๕๕๕ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และงบการเงินไตรมาสที่๒ ประจำปี ๒๕๕๖ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๗๘คงปรับจำเลยทั้งสอง คนละ ๑๒๕,๖๐๐ บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ ๓๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำปี ๒๕๕๕ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๖ ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ ๑ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ ปี./  

 

338

05/09/2556 

นายทศพล บัวไชโย 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายทศพล บัวไชโย ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

339

29/08/2556 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

340

29/08/2556 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

341

19/08/2556 

นายแฮนส์ จอร์เกน อิบเซ่น เนียลเซ่น 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 นายแฮนส์ จอร์เกน อิบเซ่น เนียลเซ่น ขายหุ้นบริษัท แอล. วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (LVT) ในบัญชีซื้อขายหุ้นของบุตรสาวรวมทั้งสิ้น 3,450,000 หุ้น ในประการที่น่าจะเป็นการ เอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก โดยอาศัยข้อเท็จจริงด้านลบอันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้น LVT ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชน เกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2553 ของ LVT ที่มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 37.65 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับผลประกอบการของบริษัทตลอดช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่มีผลกำไรทุกไตรมาส อันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ที่นายแฮนส์ล่วงรู้มาในฐานะเคยเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดของ LVT และเมื่อดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ LVT ก็ได้ล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านลบดังกล่าว จนกระทั่งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ  

81/2556
 

วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 4113/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1994/2560 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 241 มาตรา 296 และมาตรา 3 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ปรับเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 500,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยกักชังแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 

 

342

08/08/2556 

นางดรุณี ภูเงิน 

307 308 311 312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางดรุณี ภูเงิน (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อสกุลเป็น ใจหาญ) เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของนายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ ซึ่ง ในขณะเกิดเหตุ นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ เป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอม หรือให้ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังทำให้ AMAC ได้รับความเสียหาย โดยนายสุทธิศักดิ์ และนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้รับประโยชน์โดยมิชอบ นางดรุณี ภูเงิน จึงเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 307 308 311 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

343

08/08/2556 

นางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา เป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ ซึ่งในขณะเกิดเหตุ นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ เป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกัน กับ นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ และนางดรุณี ภูเงิน กระทำการหรือยินยอมหรือให้ ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังทำให้ AMAC ได้รับความเสียหาย โดยนายสุทธิศักดิ์ และนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้รับประโยชน์โดยมิชอบ นางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา จึงเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 307 308 311 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

344

08/08/2556 

นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร ในขณะเกิดเหตุเป็นกรรมการ และผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

345

08/08/2556 

นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ ในขณะเกิดเหตุเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

346

08/08/2556 

นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ ในขณะเกิดเหตุเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

347

08/08/2556 

นายปิยวัฒน์ มากเจริญ  

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปิยวัฒน์ มากเจริญ ในขณะเกิดเหตุเป็นผู้จัดการโรงงาน บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่สวัสดิ์ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ความช่วยเหลือ ในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ2552 ไม่ถูกต้อง และไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูลขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

348

08/08/2556 

นายมานะ เสถบุตร 

312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายมานะ เสถบุตร ในขณะเกิดเหตุเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายสุทธิศักดิ์ โล่สวัสดิ์ นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

349

08/08/2556 

นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ 

307 308 311 312 313 315 89/7 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ ในขณะเกิดเหตุเป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) (AMAC) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX)) ได้ร่วมกันกับ นายมานะ เสถบุตร นางสาววัชรี อรรณพเพ็ชร นางเพนนี ทศจรูญเกียรติ นายนิพนธ์ ภู่ผกาพันธุ์พงษ์ นายปิยวัฒน์ มากเจริญ นางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา กระทำการหรือยินยอมหรือให้ความช่วยเหลือในการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสารของ AMAC ทำบัญชีและงบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับรายการซื้อวัตถุดิบ ว่าจ้างผลิตแม่พิมพ์อะไหล่ ขายสินค้า และรับจ้างประกอบเครื่องยนต์ รวมทั้งรายการรับคืนสินค้าและรายการแยกชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่เพื่อประมูล ขายในราคาเศษเหล็ก ซึ่งน่าเชื่อว่ารายการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้งบการเงินปี 2551 และ 2552 ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นการลวงบุคคลทั่วไป อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 312 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังทำให้ AMAC ได้รับความเสียหาย โดยนายสุทธิศักดิ์ และนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนางดรุณี ภูเงิน และนางสาวปภาวินท์ ปิ่นวัฒนา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้รับประโยชน์โดยมิชอบ จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 315 และ 89/7 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน  

77/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

350

31/07/2556 

นางสาวอนงค์พร ธานินทร์ธราธาร 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวอนงค์พร ธานินทร์ธราธาร ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตในนาม Standard Morgan หรือกองทุน Standard Morganโดยชักชวนให้ลูกค้าลงทุนกับ Standard Morgan อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม 

351

31/07/2556 

นายธนพล (ไม่ทราบนามสกุล)  

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายธนพล (ไม่ทราบนามสกุล) ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตในนาม Standard Morgan หรือกองทุน Standard Morganโดยชักชวนให้ลูกค้าลงทุนกับ Standard Morgan อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม 

352

31/07/2556 

นายประเสริฐ (ไม่ทราบนามสกุล)  

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายประเสริฐ (ไม่ทราบนามสกุล) ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตในนาม Standard Morgan หรือกองทุน Standard Morganโดยชักชวนให้ลูกค้าลงทุนกับ Standard Morgan อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม 

353

31/07/2556 

นายผานิต (ไม่ทราบนามสกุล) 

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายผานิต (ไม่ทราบนามสกุล) ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตในนาม Standard Morgan หรือกองทุน Standard Morganโดยชักชวนให้ลูกค้าลงทุนกับ Standard Morgan อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม 

354

31/07/2556 

นายอนุกูล ขำเกิด  

90 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอนุกูล ขำเกิด ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตในนาม Standard Morgan หรือกองทุน Standard Morgan โดยชักชวนให้ลูกค้าลงทุนกับ Standard Morgan อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

 

เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม 

 

355

31/07/2556 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) มิได้ดูแลจัดการให้ PRO ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสอง(PRO จำเลยที่ 1 นายเกรียงไกร จำเลยที่ 2) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 363 วัน เป็นเงิน 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ตามรายการงบการเงินประจำงวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและได้แสดงความเห็นแล้วเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 317 วัน เป็นเงิน 63,400 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 317 วัน เป็นเงิน 63,400 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการแบบแสดงรายงานประจำปี 2555 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 288 วัน เป็นเงิน 57,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 337,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557) คนละ 168,500 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 กระทงที่ 2 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินประงวดบัญชีประจำปี 2555 กระทงที่ 3 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และกระทงที่ 4 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี./ 

 

356

31/07/2556 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสอง(บริษัท บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ จำเลยที่ 2) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการงบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 363 วัน เป็นเงิน 72,600 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ตามรายการงบการเงินประจำงวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและได้แสดงความเห็นแล้วเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 317 วัน เป็นเงิน 63,400 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 317 วัน เป็นเงิน 63,400 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามรายการแบบแสดงรายงานประจำปี 2555 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 288 วัน เป็นเงิน 57,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 337,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557) คนละ 168,500 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 กระทงที่ 2 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินประงวดบัญชีประจำปี 2555 กระทงที่ 3 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และกระทงที่ 4 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี./ 

 

357

31/07/2556 

นายโดนัลเอียน แม็คเบน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโดนัลเอียน แม็คเบน ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (KTECH) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายโดนัล เอียน แม๊คเบน) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274วรรคหนึ่ง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ดังกล่าว เป็นเวลา 174 วัน เป็นเงินคนละ 34,800 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 ดังกล่าว เป็นเวลา 177 วัน เป็นเงินคนละ 35,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ 110,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ 55,100 บาท ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

358

31/07/2556 

บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (KTECH) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายโดนัล เอียน แม๊คเบน) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56, 274วรรคหนึ่ง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ดังกล่าว เป็นเวลา 174 วัน เป็นเงินคนละ 34,800 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 ดังกล่าว เป็นเวลา 177 วัน เป็นเงินคนละ 35,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ 110,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละ 55,100 บาท ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

359

31/07/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 กับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 กับฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) กับฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) กับฐานที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยทั้งสองกระทำผิดรวม 4 กระทง ปรับจำเลยทั้งสองคนละกระทงละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 ธันวาคม 2556)เป็นเวลา 306 วัน เป็นเงิน 61,200 บาท นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2556 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 261 วัน เป็นเงิน 52,200 บาท นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2556 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 261 วัน เป็นเงิน 52,200 บาท นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2556 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 231 วัน เป็นเงิน 46,200 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 291,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสอง เป็นเงินคนละ 145,900 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีก คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส 4 ประจำปี 2555 เกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานประจำปี 2555 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้กักขังแทนค่าปรับจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

360

31/07/2556 

นายโพธิ์ บุญศิริ  

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโพธิ์ บุญศิริ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

361

31/07/2556 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด  

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน  

 

362

31/07/2556 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส 4 ประจำปี 2555 กับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 กับฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) กับฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) กับฐานที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยทั้งสองกระทำผิดรวม 4 กระทง ปรับจำเลยทั้งสองคนละกระทงละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 ธันวาคม 2556)เป็นเวลา 306 วัน เป็นเงิน 61,200 บาท นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2556 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 261 วัน เป็นเงิน 52,200 บาท นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2556 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 261 วัน เป็นเงิน 52,200 บาท นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2556 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 231 วัน เป็นเงิน 46,200 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 291,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสอง เป็นเงินคนละ 145,900 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีก คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส 4 ประจำปี 2555 เกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานประจำปี 2555 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้กักขังแทนค่าปรับจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 1 ปี./ 

 

363

31/07/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท  

 

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ก (งบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 273 วัน เป็นเงินคนละ 136,500 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ข (งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556) เป็นกากระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 182 วัน เป็นเงินคนละ 91,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 347,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 173,750 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2550 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2556 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดส่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดซ้ำซาก พฤติการณ์ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จึงลงโทษปรับให้หรักเพื่อให้หลาบจำและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./  

 

364

31/07/2556 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ก (งบการเงินไตรมาสที่ 4 ปี 2555) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 363 วัน เป็นเงินคนละ 181,500 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ข (งบการเงินประจำปี 2555) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 317 วัน เป็นเงินคนละ 158,500 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง ข้อ 2ค (แบบ 56-1) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปีแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 317 วัน เป็นเงินคนละ 158,500 บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้องข้อ 2ง (แบบ 56-2) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 60,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 288 วัน เป็นเงินคนละ 144,000 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 882,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 441,250 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี 2555 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 ปรับเป็นรายวันคนละวันละ 1,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2555 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก ไม่หลาบจำถือว่าไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จึงควรลงโทษปรับให้หนักเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ 

 

365

30/07/2556 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) (THL) มิได้ดูแลจัดการให้ THL ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (3) งบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 (4) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ56-1) และ (5) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงจ้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 , 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ 199 วรรคสอง เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 313 วัน เป็นเงิน 62,600 บาท กรณีงบการเงิน ไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 206 วัน เป็นเงิน 41,200 บาท กรณีงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 175 วัน เป็นเงิน 35,000 บาท กรณีแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 193 วัน เป็นเงิน 38,600 บาท และกรณีรายงานประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 168 วัน เป็นเงิน 33,600 รวมปรับทั้งสิ้น 311,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับทั้งสิ้น 155,500 บาท หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังจำเลยที่ 2 แทนค่าปรับได้ไม่เกิน 1 ปี  

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) นำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (3) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (4) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2556 (5) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

366

30/07/2556 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (3) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (4) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) (5) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 , 274 วรรคหนึ่ง ประกอบ 199 วรรคสอง เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 313 วัน เป็นเงิน 62,600 บาท กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 206 วัน เป็นเงิน 41,200 บาท กรณีงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 175 วัน เป็นเงิน 35,000 บาท กรณีแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 193 วัน เป็นเงิน 38,600 บาท และกรณีรายงานประจำปี 2555 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 168 วัน เป็นเงิน 33,600 รวมปรับทั้งสิ้น 311,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับทั้งสิ้น 155,500 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) นำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (3) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 (4) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2556 (5) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด 

367

30/07/2556 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

368

30/07/2556 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถนำผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

369

30/07/2556 

นางสาวพิมพ์มาดา ชุติมันตานนท์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวพิมพ์มาดา ชุติมันตานนท์ ในฐานะกรรมการบริษัท สยาม แกรนเดอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 4925/2556 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 125 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลย 1 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30  

 

370

30/07/2556 

นายคาลวิน ซี. 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายคาลวิน ซี. ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ 

 

371

30/07/2556 

นายชิน เวิ่น ชวน 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายชิน เวิ่น ชวน หรือ Mr.Vincent Tan ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 4925/2556 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 125 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลย 1 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30  

 

372

30/07/2556 

บริษัท สยาม แกรนเดอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท สยาม แกรนเดอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 4925/2556 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 125 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 20,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29  

 

373

29/07/2556 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) มิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินและรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงานต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด รวม 4 กรณี ได้แก่ (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

374

29/07/2556 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินและรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงานต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด รวม 4 กรณี ได้แก่ (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

375

18/07/2556 

นายบุริม ชมภูพล 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2552 นายบุริม ชมภูพล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการกองทุน ที ยู โดม ได้ร่วมกับนายมาริศวน์ ท่าราบ กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ ดำเนินการให้กองทุน ที ยู โดม จ่ายเงินจำนวน 10.4 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท บาเนีย จำกัด โดยอ้างว่าเป็นการจ้างเหมาตกแต่งภายในบางส่วนของอาคารที่เป็นทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ทำให้กองทุน ที ยู โดม ได้รับความเสียหาย และลงข้อความในเอกสารและหลักฐานประกอบการเบิกเงินอันเป็นเท็จ เพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 307, 308, 311, 312, และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา 

71/2556
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

376

18/07/2556 

นายมาริศวน์ ท่าราบ (ชื่อเดิมนายมาริษ ท่าราบ) 

307 308 311 312 313 ประกอบ ปอ. ม. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2552 นายมาริศวน์ ท่าราบ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บลจ. ไอเอ็นจี และปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุน ที ยู โดม ได้ร่วมกับนายบุริม ชมภูพล กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ ดำเนินการให้กองทุน ที ยู โดม จ่ายเงินจำนวน 10.4 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท บาเนีย จำกัด โดยอ้างว่าเป็นการจ้างเหมาตกแต่งภายในบางส่วนของอาคารที่เป็นทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ทำให้กองทุน ที ยู โดม ได้รับความเสียหาย และลงข้อความในเอกสารและหลักฐานประกอบการเบิกเงินอันเป็นเท็จ เพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 307, 308, 311, 312, และ 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา 

71/2556
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

377

18/07/2556 

นายสุทธภา เขมพฤทธิ์ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2552 นายสุทธภา เขมพฤทธิ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท บาเนีย จำกัด ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนนายมาริศวน์ ท่าราบ และนายบุริม ชมภูพล กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ ดำเนินการให้กองทุน ที ยู โดม จ่ายเงินจำนวน 10.4 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท บาเนีย จำกัด โดยอ้างว่าเป็นการจ้างเหมาตกแต่งภายในบางส่วนของอาคารที่เป็นทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ทำให้กองทุน ที ยู โดม ได้รับความเสียหาย และลงข้อความในเอกสารและหลักฐานประกอบการเบิกเงินอันเป็นเท็จ เพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 307, 308, 311 และ 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ 

71/2556
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

378

18/07/2556 

บริษัท บาเนีย จำกัด 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2552 บริษัท บาเนีย จำกัด ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนนายมาริศวน์ ท่าราบ และนายบุริม ชมภูพล กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ ดำเนินการให้กองทุน ที ยู โดม จ่ายเงินจำนวน 10.4 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท บาเนีย จำกัด โดยอ้างว่าเป็นการจ้างเหมาตกแต่งภายในบางส่วนของอาคารที่เป็นทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ทำให้กองทุน ที ยู โดม ได้รับความเสียหาย และลงข้อความในเอกสารและหลักฐานประกอบการเบิกเงินอันเป็นเท็จ เพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 315 ประกอบมาตรา 307, 308, 311 และ 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ 

71/2556
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

379

19/06/2556 

นายยงยุทธ งามไกวัล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายยงยุทธ งามไกวัล ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)(TUCC) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ TUCC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ในกรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 และแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2555 (แบบ 56-1) ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษ ดังนี้ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑), (๒), (๓) วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑), (๒), (๓) วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๓๕๘ วัน เป็นเงิน ๗๑,๖๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๒๖๖ วัน เป็นเงิน ๕๓,๒๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๑๗๔ วัน เป็นเงิน ๓๔,๘๐๐ บาท ฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดบัญชี ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม ๑๒๘ วัน เป็นเงิน ๒๕,๖๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม ๑๒๘ วัน เป็นเงิน ๒๕,๖๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๓๑๐,๘๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๕๕,๔๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกวันละคนละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖) เป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๒ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๓ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๔ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชี ประจำปี ๒๕๕๕ ที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว และกระทงที่ ๕ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โดยให้กักขังเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี./  

 

380

19/06/2556 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)(TUCC) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืน พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวม 5 กรณี ดังนี้ (ก)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ที่ถูกต้องครบถ้วน (ข)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ที่ถูกต้องครบถ้วน (ค)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2555 (ง)ไม่นำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2555 (จ)ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1)  

 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษ ดังนี้ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑), (๒), (๓) วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑), (๒), (๓) วรรคหนึ่ง, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๓๕๘ วัน เป็นเงิน ๗๑,๖๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๒๖๖ วัน เป็นเงิน ๕๓,๒๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม ๑๗๔ วัน เป็นเงิน ๓๔,๘๐๐ บาท ฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดบัญชี ประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม ๑๒๘ วัน เป็นเงิน ๒๕,๖๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม ๑๒๘ วัน เป็นเงิน ๒๕,๖๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๓๑๐,๘๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๕๕,๔๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกวันละคนละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖) เป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๒ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๓ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๕ กระทงที่ ๔ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชี ประจำปี ๒๕๕๕ ที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว และกระทงที่ ๕ ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๕ ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โดยให้กักขังเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี./  

 

381

20/05/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน) ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 (SMC) ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 แต่เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 165,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม 2556) คนละ 82,600 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป และตลาดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 กระทงที่ 2 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี./ 

 

382

20/05/2556 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) (SMC) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ส. 2535 กล่าวคือ (1)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน) ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 (SMC) ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 แต่เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 และฐานร่วมกันไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 165,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม 2556) คนละ 82,600 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป และตลาดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 กระทงที่ 2 ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี./ 

 

383

20/05/2556 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน ในฐานะประธานกรรมการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน) ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 (SCAN) ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ตามมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและและนำส่งงบการเงิน ไตรมาส 3 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาทและปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่กระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 165,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม 2556) คนละ 82,600 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงิน ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 กระทงที่สอง ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 

 

384

20/05/2556 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายวันนิวัติ ศรีไกรวิน) ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 (SCAN) ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ตามมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่วันกระทำผิดจนถึงวันฟ้องรวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและและนำส่งงบการเงิน ไตรมาส 3 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาทและปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท นับแต่กระทำผิดจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 165,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม 2556) คนละ 82,600 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สำหรับกระทงแรกจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงิน ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 กระทงที่สอง ปรับจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 

 

385

20/05/2556 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ PRO มิได้กำกับดูแลเป็นเหตุให้ PRO ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในกรณีไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 และประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 400 บาท นับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 288 วัน คิดเป็นเงินรวม 115,200 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 135,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 สิงหาคม 2556) คนละ 67,600 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ 

 

386

20/05/2556 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 และประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 400 บาท นับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 288 วัน คิดเป็นเงินรวม 115,200 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 135,200 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 สิงหาคม 2556) คนละ 67,600 บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./  

 

387

25/03/2556 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) มิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง งบการเงินงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 3180/2556 ว่า จำเลยต้องร่วมรับผิดกับบริษัท เอส.อี.ซี.ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ ปอ. ม. ๘๓ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส ๓ ปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องรวม ๒๒๕ วัน เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท รวมปรับ ๖๕,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษปอ. ม. ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๓๒,๕๐๐ บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด  

 

388

25/03/2556 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 3180/2556 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ ๑๙๙ วรรคสอง ปอ. ม. ๘๓ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาส ๓ ปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้องรวม ๒๒๕ วัน เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท รวมปรับ ๖๕,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษปอ. ม. ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๓๒,๕๐๐ บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด 

 

389

20/03/2556 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยต้องร่วมรับผิดกับ YNP ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ตามมาตรา 300 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับ 73,400 บาท จำเลย ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 36,700 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันในอัตราวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จนถึงวันที่จำเลยและ YNP ได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ที่มีรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงาน 

 

390

20/03/2556 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง รวม 267 วัน เป็นเงิน 53,400 บาท รวมปรับ 73,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 36,700 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันในอัตราวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จนถึงวันที่จำเลยและนายพริษฐ์ได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2555 ที่มีรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงาน 

 

391

14/03/2556 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (รักษาการ) และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ PRO ในกรณี PRO ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 274 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 300 ประกอบมาตรา 274 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวมระยะเวลาที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง 364 วัน เป็นเงิน 72,800 บาท รวมปรับคนละ 92,800 บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวมระยะเวลาถึงวันฟ้อง 273 วัน รวมเป็นเงิน 54,600 บาท รวมปรับคนละ 74,600 บาท รวมสองกระทงปรับคนละ 167,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,700 บาท และให้ปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท รวมสองกระทงปรับวันละคนละ 400 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงปรับ วันละคนละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ อนึ่ง กรณีงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 และ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ขาดอายุความ 

 

392

14/03/2556 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) (PRO) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวม 4 กรณี ดังนี้ (ก) นำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 ฉบับที่ถูกต้องครบถ้วนล่าช้า (ข) นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ฉบับที่ถูกต้องครบถ้วนล่าช้า (ค) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ภายใน ระยะเวลาที่ประกาศกำหนด (ง) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (PRO) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 274 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2 (นายเกรียงไกร เลิศศิริสัมพันธ์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 300 ประกอบมาตรา 274 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวมระยะเวลาที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง 364 วัน เป็นเงิน 72,800 บาท รวมปรับคนละ 92,800 บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวมระยะเวลาถึงวันฟ้อง 273 วัน รวมเป็นเงิน 54,600 บาท รวมปรับคนละ 74,600 บาท รวมสองกระทงปรับคนละ 167,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 83,700 บาท และให้ปรับรายวันอีกวันละคนละ 200 บาท รวมสองกระทงปรับวันละคนละ 400 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงปรับ วันละคนละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30./ อนึ่ง กรณีงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 และ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ขาดอายุความ 

 

393

20/02/2556 

Ascot Global Trading Limited 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

Ascot Global Trading Limited ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

20/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

394

20/02/2556 

PT Millenniun Penata Futures 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

PT Millenniun Penata Futures และนายอาทิพันธุ์ ทองจันทร์ ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

20/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

395

20/02/2556 

นายอาทิพันธุ์ ทองจันทร์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายอาทิพันธุ์ ทองจันทร์ และ PT Millenniun Penata Futures ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

20/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

396

20/02/2556 

นายเกษมศักดิ์ ศิริศรีษรชัย 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายเกษมศักดิ์ ศิริศรีษรชัย ในฐานะกรรมการผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เจ.อาร์.เอ.บิสสิเนส เซ็นเตอร์ จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

20/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

397

20/02/2556 

บริษัท เจ.อาร์.เอ.บิสสิเนส เซ็นเตอร์ จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เจ.อาร์.เอ.บิสสิเนส เซ็นเตอร์ จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

20/2556
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

398

19/02/2556 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษดังนี้ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท รวมระยะเวลาฝ่าฝืนถึงวันฟ้องจำนวน ๓๖๔ วัน เป็นเงิน ๗๒,๘๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท รวมระยะเวลาที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องจำนวน ๒๗๔ วัน เป็นเงิน ๕๔,๘๐๐ บาท รวมปรับ ๑๖๗,๖๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๘๓,๘๐๐ บาท และให้ปรับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ และไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๕ วันละ ๒๐๐ บาท รวม ๒ กระทง ปรับวันละ ๔๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงปรับวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙./  

 

399

15/02/2556 

นางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ 

315 ประกอบ 311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 ถึงเดือนมีนาคม 2554 นางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ ได้ร่วมกับนางสาวโศภนา เจนบวร และพระสุเทพ อาภสฺสโร (แป้นไผ่) ซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีของนางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ ที่เปิดไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ในลักษณะดักหน้าการซื้อของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของ บลจ. กสิกรไทย และบลจ. ไทยพาณิชย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยอาศัยข้อมูลแผนการลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัททั้งสองแห่ง ซึ่งนางสาวโศภนาได้ล่วงรู้มาเนื่องจากการเป็นผู้จัดการกองทุน และเป็นบุคคลที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบการจัดการกองทุนรวมในส่วนตราสารทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่ละแห่งนั้น เป็นเหตุให้กองทุนรวมได้รับความเสียหาย 

18/2556
 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

400

15/02/2556 

นางสาวโศภนา เจนบวร 

311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2553 และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ถึงเดือนมีนาคม 2554 นางสาวโศภนา เจนบวร ในฐานะผู้จัดการกองทุนและบุคคลที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบการจัดการกองทุนรวมในส่วนของตราสารทุนของบลจ.กสิกรไทย และ บลจ.ไทยพาณิชย์ ตามลำดับ ได้กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ โดยร่วมกับนางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ และ/หรือพระสุเทพ อาภสฺสโร (แป้นไผ่) เข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในลักษณะดักหน้าการซื้อของกองทุนรวม เพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่นผ่านบัญชีของนางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ และบัญชีของบุคคลอื่นอีก 1 ราย โดยอาศัยข้อมูลแผนการลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัททั้งสองแห่งซึ่งนางสาวโศภนา เจนบวร ได้ล่วงรู้มาเนื่องจากการเป็นผู้จัดการกองทุน และเป็นบุคคลที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบการจัดการกองทุนรวมในส่วนตราสารทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่ละแห่งนั้น เป็นเหตุให้กองทุนรวมได้รับความเสียหาย 

18/2556
 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

401

15/02/2556 

พระสุเทพ อาภสฺสโร (แป้นไผ่) 

315 ประกอบ 311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 ถึงเดือนมีนาคม 2554 พระสุเทพ อาภสฺสโร (แป้นไผ่) ได้ร่วมกับนางสาวโศภนา เจนบวร และนางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ ซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีของนางวัจฉละ พิสิฏฐ์ศักดิ์ และบุคคลอื่นอีก 1 รายในลักษณะดักหน้าการซื้อของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของ บลจ. กสิกรไทย และ บลจ. ไทยพาณิชย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยอาศัยข้อมูลแผนการลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัททั้งสองแห่ง ซึ่งนางสาวโศภนาได้ล่วงรู้มาเนื่องจากการเป็นผู้จัดการกองทุนและเป็นบุคคลที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบการจัดการกองทุนรวมในส่วนตราสารทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่ละแห่งนั้น เป็นเหตุให้กองทุนรวมได้รับความเสียหาย 

18/2556
 

อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

402

14/02/2556 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ในฐานะผู้บริหารของ บมจ. แอสคอนมิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษา ดังนี้ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายงันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖) เป็นเวลา ๓๕๘ วัน เป็นเงินคนละ ๗๑,๖๐๐ บาท รวมปรับคนละ ๙๑,๖๐๐ บาทและปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ ๔๕,๘๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และหากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐./"  

 

403

14/02/2556 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษา ดังนี้ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายงันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖) เป็นเวลา ๓๕๘ วัน เป็นเงินคนละ ๗๑,๖๐๐ บาท รวมปรับคนละ ๙๑,๖๐๐ บาทและปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ ๔๕,๘๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และหากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐./"  

 

404

06/02/2556 

นายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของบมจ. ซันวู้ดอินดัสตรีส์ (SUN) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) รายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือน ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษา ดังนี้ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินปะจำงวดการบัญชี ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๕ วัน เป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๓๖๕ วัน เป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งจัดทำรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๒๓๑ วัน เป็นเงิน ๔๖,๒๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๑๒,๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๐๖,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกวันละคนละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งจัดทำรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๔ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โดยให้กักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับเป็นเวลา ๑ ปี./ 

 

405

06/02/2556 

บริษัท ซันวู้ดอินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) ประกอบ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัทซันวู้ดอินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) (SUN) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) รายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือน ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษา ดังนี้ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินปะจำงวดการบัญชี ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๕ วัน เป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๓๖๕ วัน เป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ บาท ฐานร่วมกันไม่จัดทำและไม่ส่งจัดทำรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๒๓๑ วัน เป็นเงิน ๔๖,๒๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๑๒,๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๐๖,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกวันละคนละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งจัดทำรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๔ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โดยให้กักขังจำเลยที่ ๒ แทนค่าปรับเป็นเวลา ๑ ปี./ 

 

406

06/02/2556 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

คดีขาดอายุความชั้นพนักงานสอบสวน 

 

407

06/02/2556 

นายโพธิ์ บุญศิริ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายโพธิ์ บุญศิริ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

คดีขาดอายุความชั้นพนักงานสอบสวน 

 

408

06/02/2556 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

คดีขาดอายุความชั้นพนักงานสอบสวน 

 

409

06/02/2556 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนี้ (ก) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด (ข) ไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (2) (4), 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ปรับจำเลยกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นเงิน 40,000 บาท และปรับเป็นรายวันวันละ 200 บาท รวม 2 กระทง เป็นวันละ 400 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนคือวันที่ 2 เมษายน 2555 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 357 วัน เป็นเงิน 142,800 บาท รวมปรับจำเลยเป็นเงิน 164,800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 82,400 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี 2555 ที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว และจัดทำและนำส่งงบแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 หากจำเลยไม่ชำค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29./ 

 

410

28/01/2556 

นางสาววิสาขา ทับอุดม 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาววิสาขา ทับอุดม ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

411

28/01/2556 

นายปรีชา วงภา 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปรีชา วงภา ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน 

 

412

17/12/2555 

นายกนก จันทรโชติ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายกนก จันทรโชติ กรรมการบริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท จำเลยรับสารภาพมีเหตุอันควรลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งในเวลา 2 ปี ทำงานบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมง 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

413

17/12/2555 

นายจเร ชาญชัยศิลป์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายจเร ชาญชัยศิลป์ กรรมการบริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

414

17/12/2555 

นายภัทร ธรรมา 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายภัทร ธรรมา กรรมการบริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

415

17/12/2555 

นายรักษ์ สุวรรณรอด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายรักษ์ สุวรรณรอด กรรมการบริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

416

17/12/2555 

บริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

417

17/12/2555 

บริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

418

17/12/2555 

บริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

419

17/12/2555 

บริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

420

17/12/2555 

บริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับผู้กระทำความผิดรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

เป็นกรณีที่เคยถูกกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นตามข่าวที่ 103/2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

421

12/12/2555 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ 

312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทสิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA) ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำการลงข้อความเท็จในบัญชีและเอกสารของ SINGHA ทำบัญชีไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใดๆ โดยการตกแต่งรายได้ในงบการเงินประจำปี 2550 ของ SINGHA ให้สูงเกินจริงอันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

110/2555
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

422

12/12/2555 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) มิได้ดูแลจัดการให้บริษัทปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) งบการเงินประจำปี 2554 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 และ (4) รายงานสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ ว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ.ม. ๙๑ (๑) ฐานไม่จัดทำและส่งงบ Q๔/๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๖๔ วัน เป็นเงิน ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งงบดังกล่าว (๒) ฐานไม่จัดทำและส่งงบปี ๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๑๗ วัน เป็นเงิน ๖๓,๔๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งงบดังกล่าว (๓) ฐานไม่จัดทำและส่งแบบ ๕๖-๑ ปี ๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๑๗ วัน เป็นเงิน ๖๓,๔๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งแบบดังกล่าว และ (๔) ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานทางการเงินหกเดือนของปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๑๘๓ วัน เป็นเงิน ๓๖,๖๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งรายงานดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามปอ. ม. ๗๘ รวมแล้วคงปรับจำเลยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เป็นเงิน ๑๕๘,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว 

 

423

12/12/2555 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) งบการเงินประจำปี 2554 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด  

 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA) ว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบ ๑๙๙ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ.ม. ๙๑ (๑) ฐานไม่จัดทำและส่งงบ Q๔/๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๖๔ วัน เป็นเงิน ๗๒,๘๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งงบดังกล่าว (๒) ฐานไม่จัดทำและส่งงบปี ๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๑๗ วัน เป็นเงิน ๖๓,๔๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งงบดังกล่าว (๓) ฐานไม่จัดทำและส่งแบบ ๕๖-๑ ปี ๕๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๓๑๗ วัน เป็นเงิน ๖๓,๔๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งแบบดังกล่าว และ (๔) ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานทางการเงินหกเดือนของปี ๒๕๕๕ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง ๑๘๓ วัน เป็นเงิน ๓๖,๖๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจัดทำและส่งรายงานดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามปอ. ม. ๗๘ รวมแล้วคงปรับจำเลยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เป็นเงิน ๑๕๘,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว  

 

424

11/12/2555 

บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ฉบับที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนดต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

102/2555
 

วันที่ 21 มีนาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยกระทำผิดรวม 2 กระทง ปรับกระทงละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ 2 เมษายน 2555 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 353 วัน รวมปรับจำเลยเป็นเงิน 181,200 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับ 90,600 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ./ 

 

425

30/11/2555 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยต้องร่วมรับผิดกับ YNP ในฐานะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง รวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท รวมปรับ 91,800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 45,900 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จนถึงวันที่จำเลยและ YNP ได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ที่มีรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงาน 

 

426

30/11/2555 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง รวม 359 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท รวมปรับ 91,800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 45,900 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปและตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จนถึงวันที่จำเลยและนายพริษฐ์ได้ดำเนินการจัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2555 ที่มีรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงาน 

 

427

27/11/2555 

นายกนก จันทรโชติ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายกนก จันทรโชติ กรรมการบริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท จำเลยรับสารภาพมีเหตุอันควรลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งในเวลา 2 ปี ทำงานบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมง  

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

428

27/11/2555 

นายจเร ชาญชัยศิลป์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายจเร ชาญชัยศิลป์ กรรมการบริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

429

27/11/2555 

นายภัทร ธรรมา 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายภัทร ธรรมา กรรมการบริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

430

27/11/2555 

นายรักษ์ สุวรรณรอด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายรักษ์ สุวรรณรอด กรรมการบริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

431

27/11/2555 

บริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ซิลเวอร์ ไลน์ เทรดดิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

432

27/11/2555 

บริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท พี.ที. รีเสิร์ท จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

433

27/11/2555 

บริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เค.เอ็น.โอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

434

27/11/2555 

บริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เอ็ม.บี. เน็ตเวิร์ค จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546  

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

435

27/11/2555 

บริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ไดมอนด์ แอนด์ ซิลเวอร์ไลน์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับผู้กระทำความผิดรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

103/2555
 

เป็นการกล่าวโทษรวมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นในคราวเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งให้สำนักงานกล่าวโทษแยกเป็นรายคดีอีกครั้งหนึ่ง 

436

23/11/2555 

นายเฉลิม เสือคำราม 

283 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเฉลิม เสือคำราม อดีตผู้จัดการสาขาสุพรรณบุรี ของบริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด (บล. นครหลวงไทย) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บล. นครหลวงไทย ในกิจการของสาขาสุพรรณบุรี มิได้กำกับดูแลให้มีการสอบทานความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกค้า ระหว่างบุคลากรด้านให้บริการหลักทรัพย์ (front office) และด้านปฏิบัติการหลักทรัพย์ (back office) การไม่กระทำการของนายเฉลิมดังกล่าว เป็นเหตุให้ บล. นครหลวงไทย มีความผิดและถูกเปรียบเทียบความผิดตามมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีมิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด โดยจัดให้มีระบบการสอบทานความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกค้า ระหว่างบุคลากรด้านให้บริการหลักทรัพย์ (front office) และด้านปฏิบัติการหลักทรัพย์ (back office) ไม่รัดกุมเพียงพอ นายเฉลิมจึงต้องรับโทษตามมาตรา 283 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติฉบับที่กล่าว  

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

437

21/11/2555 

นายกฤษณ สุจริตกุล 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณี SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ดังนี้ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2554 (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายกฤษณ สุจริตกุล) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 303 วัน เป็นเงิน 60,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 288 วัน เป็นเงิน 57,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ดังกล่าว รวมปรับจำเลยที่ 1 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 330,600 บาท ปรับจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 172,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 ถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 165,300 บาท ปรับจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 86,200 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ อนึ่ง กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ  

 

438

21/11/2555 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนี้ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2554 (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายกฤษณ สุจริตกุล) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 303 วัน เป็นเงิน 60,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 288 วัน เป็นเงิน 57,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ดังกล่าว รวมปรับจำเลยที่ 1 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 330,600 บาท ปรับจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 172,400 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 ถึงวันฟ้อง เป็นเงิน 165,300 บาท ปรับจำเลยที่ 2 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 86,200 บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ อนึ่ง กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ  

 

439

21/11/2555 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น 

300 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณี SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ดังนี้ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2554 (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ในแต่ละกระทงความผิดโดยให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินแต่เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 โดยให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 304 วัน เป็นเงินคนละ 60,800 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา288 วัน เป็นเงินคนละ 57,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 330,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 165,400 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่า จำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับเป็นรายวั คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2 ) ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ อนึ่ง พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

440

21/11/2555 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนี้ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2554 (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ 2 (นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้อง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ในแต่ละกระทงความผิดโดยให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินแต่เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 โดยให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 331 วัน เป็นเงินคนละ 66,200 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 304 วัน เป็นเงินคนละ 60,800 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปีดังกล่าว ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา288 วัน เป็นเงินคนละ 57,600 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ 330,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 165,400 บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่า จำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2554 ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ปรับเป็นรายวั คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งรายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2 ) ปรับเป็นรายวัน คนละวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี./ อนึ่ง กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

441

09/11/2555 

นายโดนัลเอียน แม็คเบน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2554 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

442

09/11/2555 

บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถนำผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

443

09/11/2555 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

444

02/11/2555 

บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) (CAWOW) เป็นบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีคำสั่งห้ามซื้อขายหุ้น CAWOW โดยขึ้นเครื่องหมาย SP และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย มีหน้าที่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2555 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2555 ในรูปเอกสารต่อสำนักงานและในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ ELCID ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2555 แต่มิได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2555 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2555 ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง, 274 วรรคหนึ่ง ปรับ 20,000 บาท และปรับวันละ 200 บาท นับถัดจากวันกระทำความผิดจนถึงวันฟ้องรวม 345 วัน เป็นเงิน 69,000 บาท รวมปรับ 89,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึงหนึ่ง ตาม ปอ.ม.78 คงปรับ 44,500 บาท และปรับจำเลยอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะดำเนินการจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะยเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2555 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดต่อสำนักงาน 

 

445

27/09/2555 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ผู้บริหารของ บมจ. แอสคอน ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบมจ.แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 รายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 14 มีนาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตฃาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาส กับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำงวดการบัญชี กับฐานไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี กับฐานที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำงวดการบัญชีแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำเลยทั้งสองกระทำผิดรวม ๕ กระทง ปรับจำเลยทั้งสองคนละกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เป็นเวลา ๓๖๖ วัน เป็นเงิน ๗๓,๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๑๘ วัน เป็นเงิน ๖๓,๖๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๙๐ วัน เป็นเงิน ๕๘,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๑๘ วัน เป็นเงิน ๖๓,๖๐๐ บาท และนับแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๗๕ วัน เป็นเงิน ๕๕,๐๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๔๑๓,๔๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสอง เป็นเงินคนละ ๒๐๖,๗๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีก คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๔ เกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประงวดการบัญชีประจำ ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี ๒๕๕๔ (แบบ ๕๖-๒) ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ (แบบ ๕๖-๑) และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้กักขังแทนค่าปรับจำเลยที่ ๒ ไม่เกิน ๑ ปี./ และวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน  

 

446

27/09/2555 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 รายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 (แบบ 56-1) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 14 มีนาคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตฃาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาส กับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำงวดการบัญชี กับฐานไม่ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี กับฐานที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำงวดการบัญชีแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำเลยทั้งสองกระทำผิดรวม ๕ กระทง ปรับจำเลยทั้งสองคนละกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืน วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เป็นเวลา ๓๖๖ วัน เป็นเงิน ๗๓,๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๑๘ วัน เป็นเงิน ๖๓,๖๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๙๐ วัน เป็นเงิน ๕๘,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๑๘ วัน เป็นเงิน ๖๓,๖๐๐ บาท และนับแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒๗๕ วัน เป็นเงิน ๕๕,๐๐๐ บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๔๑๓,๔๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสอง เป็นเงินคนละ ๒๐๖,๗๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีก คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๔ เกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินประงวดการบัญชีประจำ ๒๕๕๔ ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งรายงานประจำปี ๒๕๕๔ (แบบ ๕๖-๒) ปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๔ (แบบ ๕๖-๑) และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันอีกคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและนำส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้กักขังแทนค่าปรับจำเลยที่ ๒ ไม่เกิน ๑ ปี./ และวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน  

 

447

11/09/2555 

บริษัท นาวิสตา มาร์เก็ต จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

Navista Global Markets Ltd. ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

084/2555
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

448

11/09/2555 

นายศุภวิทย์ สูติสงค์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายศุภวิทย์ สูติสงค์ ในฐานะกรรมการบริษัท จี ไอ เอส พี จำกัด ร่วมกับผู้กระทำความผิดรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

084/2555
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

449

11/09/2555 

บริษัท จี ไอ เอส พี จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท จี ไอ เอส พี จำกัด ร่วมกับผู้กระทำความผิดรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

084/2555
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปอศ. 

 

450

04/09/2555 

นายสมชาย ชัยศรีชวาลา 

243(1) ประกอบ 244 และ 243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 นายสมชาย ชัยศรีชวาลา ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้น AMC ผ่านบัญชีของนายสมชายและบุคคลต่างๆ เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดเกี่ยวกับปริมาณและราคาซื้อขายหุ้น AMC เป็นผลทำให้การซื้อขายหุ้น AMC ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องเพื่อชักจูงบุคคลทั่วไปให้ซื้อขายหุ้น AMC 

83/2555 และ 23
 

กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งคำร้องขอของนายสมชาย ชัยศรีชวาลา มาให้คณะกรรมการเปรียบเทียบทำการเปรียบเทียบความผิด ซึ่งนายสมชายชำระค่าปรับตามคำสั่งเปรียบเทียบ ที่ 8/2559 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2559 ความผิดเป็นอันเลิกกัน 

 

451

27/08/2555 

นายณรงค์ พ่วงพงษ์ 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายณรงค์ พ่วงพงษ์ ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน 

 

452

27/08/2555 

นายสมศักดิ์ ธุระพันธ์ 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมศักดิ์ ธุระพันธ์ ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน 

 

453

27/08/2555 

นายเกียรติชัย กิจเจริญวณิชกุล 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายเกียรติชัย กิจเจริญวณิชกุล ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

454

31/07/2555 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2554 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้แทนนิติบุคคลของผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ ภายในกำหนดอายุความ 

 

455

31/07/2555 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2554 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2554 แบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2554 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2554 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2555 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในกำหนดอายุความ 

 

456

31/05/2555 

นายกฤษณ สุจริตกุล 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายกฤษณ สุจริตกุล เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดย SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 และ(2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 56 (1), 199, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายกฤษณ สุจริตกุล) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 56 (1), 199, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง กระทงละ 20,000 บาท รวมสองกระทงปรับ 40,000 บาท กับปรับจำเลยทั้งสองรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2554 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 25 กรกฎาคม 2555) เป็นเวลา 345 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 69,000 บาท และนับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 25 กรฎาคม 2555) เป็นเวลา 254 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,800 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 159,800 บาท และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท รวมสองกระทงปรับวันละ 400 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 และที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 79,900 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 และที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นเวลา 1 ปี./  

 

457

31/05/2555 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) (SMC) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ส. 2535 กล่าวคือ (1)ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 

 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SMC) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 56 (1), 199, 274 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 (นายกฤษณ สุจริตกุล) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 14, 56 (1), 199, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง กระทงละ 20,000 บาท รวมสองกระทงปรับ 40,000 บาท กับปรับจำเลยทั้งสองรายวันอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2554 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 25 กรกฎาคม 2555) เป็นเวลา 345 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 69,000 บาท และนับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 25 กรฎาคม 2555) เป็นเวลา 254 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,800 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 159,800 บาท และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท รวมสองกระทงปรับวันละ 400 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 และที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 79,900 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 และที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นเวลา 1 ปี./ 

 

458

31/05/2555 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่น 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางจุไรรัตน์ โบไนเทิ่นเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดย SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 

 

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SCAN) จำเลยที่ 2 (นางจุไรรัตน์ ไบโนเทิ่น) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (1), 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินประจำปีตามฟ้องข้อ ๒ ก. ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันๆละคนละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 สิงหาคม 2555 ) เป็นเวลา 361 วัน เป็นเงินคนละ72,200 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินประจำปีตามฟ้องข้อ 2 ข. ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันๆละคนละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 248 วัน เป็นเงินเป็นคนละ 49,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 161,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 80,900 บาท และปรับจำเลยทั้งสองคนละวันละ 100 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 11/2552 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี. 

 

459

31/05/2555 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวคือ (1) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 และ (2) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 

 

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (SCAN) จำเลยที่ 2 (นางจุไรรัตน์ ไบโนเทิ่น) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 56 (1), 274 วรรคหนึ่ง, 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินประจำปีตามฟ้องข้อ ๒ ก. ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันๆละคนละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 สิงหาคม 2555 ) เป็นเวลา 361 วัน เป็นเงินคนละ72,200 บาท ฐานไม่จัดทำและไม่ส่งงบการเงินประจำปีตามฟ้องข้อ 2 ข. ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันๆละคนละ 200 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 248 วัน เป็นเงินเป็นคนละ 49,600 บาท รวมปรับจำเลยทั้งสองคนละ 161,800 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 80,900 บาท และปรับจำเลยทั้งสองคนละวันละ 100 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 11/2552 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี. 

 

460

24/04/2555 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

วันที่ 18 กันยายน 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56(1), 274 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ปรับจำเลย 20,000 บาท และปรับรายวัน ๆละ 200 บาท (นับแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ถึงวันฟ้องวันที่ 10 สิงหาคม 2555) รวม 361 วัน เป็นเงิน 72,200 บาท รวมปรับจำเลย 92,200 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลย 46,100 บาท และปรับจำเลยวันละ 1,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 11/2552 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 

 

461

24/04/2555 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายพริษฐ์ พันธ์พาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (YNP) มิได้ดูแลจัดการให้ YNP ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 18 กันยายน 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 300 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ปรับจำเลย 20,000 บาท และปรับรายวัน ๆละ 200 บาท (นับแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ถึงวันฟ้องวันที่ 10 สิงหาคม 2555) รวม 361 วัน เป็นเงิน 72,200 บาท รวมปรับจำเลย 92,200 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลย 46,100 บาท และปรับจำเลยวันละ 1,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 11/2552 หากจำเลย ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 

 

462

21/03/2555 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ ในฐานะเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) มิได้ดูแลจัดการให้บริษัทปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

463

21/03/2555 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

464

08/03/2555 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) (DTM) มิได้ดูแลจัดการให้ DTM ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษปรับ เป็นเงิน137,700 บาท จำเลยสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 68,850 และปรับรายวันๆ ละ 150 บาท คดีแดงเลขที่ 3004/2555 

 

465

08/03/2555 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษปรับ เป็นเงิน137,700 บาท จำเลยสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 68,850 และปรับรายวันๆ ละ 150 บาท คดีแดงเลขที่ 3004/2555 

 

466

05/03/2555 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) มิได้ดูแลจัดการให้ ASCON ปฏิบัติตามหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑), มาตรา ๒๗๔ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑), มาตรา ๓๐๐ ประกอบกับมาตรา ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน วันละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕) รวม ๓๕๗ วัน เป็นเงินค่าปรับคนละ ๓๕๗,๐๐๐ บาท กับค่าปรับอีกคนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองจนถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๒๒๘,๕๐๐ บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองอีกคนละ ๕๐๐ บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ทั้งนี้ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน ๒ ปี./  

 

467

05/03/2555 

บริษัท แอสคอน คอนสตรั่น จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บมจ. แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑), มาตรา ๒๗๔ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑), มาตรา ๓๐๐ ประกอบกับมาตรา ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวัน วันละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕) รวม ๓๕๗ วัน เป็นเงินค่าปรับคนละ ๓๕๗,๐๐๐ บาท กับค่าปรับอีกคนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองจนถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๒๒๘,๕๐๐ บาท และให้ปรับจำเลยทั้งสองอีกคนละ ๕๐๐ บาท ต่อวัน นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ทั้งนี้ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน ๒ ปี./  

 

468

09/02/2555 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) และมิได้ดูแลจัดการให้ ASCON ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ปรกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๑ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๒๐๐ บาท และปรับเป็น รายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕) เป็นเงินคนละ ๔๖,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และหากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐./  

 

469

09/02/2555 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(1) ประกอบ199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บมจ.แอสคอน มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ปรกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส กับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาส แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๖๑ วัน เป็นเงินคนละ ๗๒,๒๐๐ บาท และปรับเป็น รายวันคนละวันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕) เป็นเงินคนละ ๔๖,๑๐๐ บาท และปรับจำเลยทั้งสองเป็นรายวันคนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานรายไตรมาสตามฟ้อง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และหากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐./  

 

470

30/01/2555 

นางสาวลัดดา พรสุวรรณนภา 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนบุคคลอื่นซื้อขายหุ้น (1) บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ("METRO") ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 และ (2) บริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("TUCC") ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ในลักษณะสร้างราคา โดยนางสาวลัดดายินยอมให้ใช้บัญชีของตนซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมการเงินในการซื้อขายหุ้นดังกล่าว แต่ปกปิดว่าตนเป็นเจ้าของบัญชีและผู้สั่งซื้อขายหุ้นเอง 

9/2555
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น 

 

471

30/01/2555 

นางสาวอารดา เลิศภิญโญภาพ 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขายหุ้น บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ("METRO") ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 หุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("TUCC") ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 และหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ในลักษณะสร้างราคาหุ้น METRO หุ้น TUCC และหุ้น SECC  

9/2555
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น 

 

472

30/01/2555 

นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนบุคคลอื่นซื้อขายหุ้น (1) บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ("METRO") ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 (2) บริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("TUCC") ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 และ (3) บริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ในลักษณะสร้างราคา โดยนายนฤพลยินยอมให้ใช้บัญชีของตนซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งอำนวย ความสะดวกด้านธุรกรรมการเงินในการซื้อขายหุ้นดังกล่าว แต่ปกปิดว่าตนเป็นเจ้าของบัญชีและ ผู้สั่งซื้อขายหุ้นเอง  

9/2555
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น 

 

473

30/01/2555 

นายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนบุคคลอื่นซื้อขายหุ้น (1) บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ("METRO") ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 (2) บริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("TUCC") ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 และ (3) บริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ในลักษณะสร้างราคา โดยนายประยุทธ์ยินยอมให้ใช้บัญชีของตนซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมการเงินในการซื้อขายหุ้นดังกล่าว แต่ปกปิดว่าตนเป็นเจ้าของบัญชีและ ผู้สั่งซื้อขายหุ้นเอง  

9/2555
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น 

 

474

30/01/2555 

นายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขายหุ้น บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ("METRO") ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 หุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ("TUCC") ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 และหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ในลักษณะสร้างราคาหุ้น METRO หุ้น TUCC และหุ้น SECC  

9/2555
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น 

 

475

29/12/2554 

นางสาวอมรรัตน์ สิทธิธรรม 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่มาให้ถ้อยคำแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

476

29/12/2554 

นายจีรพัฒน์ ตั้งตรงจิตร 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่มาให้ถ้อยคำแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

477

29/12/2554 

นายชูศักดิ์ เรือนทิพย์ 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่มาให้ถ้อยคำแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี คดีขาดอายุความ 

 

478

16/12/2554 

นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการแบ่งหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) "SECC" ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ผ่านบัญชีบุคคลต่าง ๆ ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น SECC ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นตาม 

110/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับ 

 

479

16/12/2554 

นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการแบ่งหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) "SECC" ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ผ่านบัญชีบุคคลต่าง ๆ ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น SECC ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นตาม 

110/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับ 

 

480

16/12/2554 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 

243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการแบ่งหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) "METRO" ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 หุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) "TUCC" ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 และหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) "SECC" ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ผ่านบัญชีบุคคลต่าง ๆ ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือ ขายหุ้น METRO หุ้น TUCC และหุ้น SECC ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไป เข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นตาม  

110/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับ 

 

481

30/11/2554 

นายกฤษณ สุจริตกุล 

300 ประกอบ 199 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (SMC) มิได้ดูแลจัดการให้ SMC ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดย SMC ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ดังนี้ (1) นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ล่าช้า (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2553 ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วน (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 

 

ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 (SMC) ตาม ม. 274 ประกอบ ม. 83 ปอ. และลงโทษจำเลยที่ 2 (นายกฤษณ) ตาม ม.300 ประกอบ ม.274 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตาม ปอ. ม. 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2553 ปรับ 20 ,000 และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 54,400 บาท รวมปรับคนละ 74,400 บาท และฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท ถึงวันฟ้องจำนวน 343 วัน เป็นเงิน 68,600 บาท รวมปรับคนละ 88,600 บาท รวมปรับ 163,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึงหนึ่งตาม ปอ. ม. 78 คงปรับคนละ 81,500 บาท และให้ปรับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 กับจำเลยทั้งสองคนละวันละ 200 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วให้ปรับคนละวันละ 100 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตาม ปอ. ม. 29, 30 (ทั้งนี้ คดีขาดอายุความในบางข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน) 

 

482

30/11/2554 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนี้ (1) นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ล่าช้า (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2553 ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วน (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 

 

ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 (SMC) ตาม ม. 274 ประกอบ ม. 83 ปอ. และลงโทษจำเลยที่ 2 (นายกฤษณ) ตาม ม.300 ประกอบ ม.274 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตาม ปอ. ม. 91 ฐานร่วมกันไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี 2553 ปรับ 20 ,000 และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท รวม 272 วัน เป็นเงิน 54,400 บาท รวมปรับคนละ 74,400 บาท และฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ปรับคนละ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกคนละวันละ 200 บาท ถึงวันฟ้องจำนวน 343 วัน เป็นเงิน 68,600 บาท รวมปรับคนละ 88,600 บาท รวมปรับ 163,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึงหนึ่งตาม ปอ. ม. 78 คงปรับคนละ 81,500 บาท และให้ปรับฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 กับจำเลยทั้งสองคนละวันละ 200 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วให้ปรับคนละวันละ 100 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตาม ปอ. ม. 29, 30 (ทั้งนี้ คดีขาดอายุความในบางข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน)  

 

483

30/11/2554 

นางจุไรรัตน์ อี.โบไนเธิร์น 

300 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) (SCAN) มิได้ดูแลจัดการให้ SCAN ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดย SCAN ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ดังนี้ (1) นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ล่าช้า (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2553 ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วน (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554  

 

ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ (นางจุไรรัตน์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปีตามฟ้องข้อ ๒.๑ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองปฏิบัติถูกต้อง เป็นเวลา ๒๕๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๐,๘๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้องข้อ ๒.๒ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๔๔ วัน เป็นเงินคนละ ๘๘,๘๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๑๕๙,๖๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ ๗๙,๘๐๐ บาท และปรับรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานตามฟ้องข้อ ๒.๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ ปี./ (ทั้งนี้ คดีขาดอายุความในบางข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน) 

 

484

30/11/2554 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนี้ (1) นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ล่าช้า (2) ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2553 ฉบับที่จัดทำถูกต้องครบถ้วน (3) ไม่นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) (4) ไม่นำส่งรายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) (5) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554  

 

ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ (SCAN) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ (นางจุไรรัตน์) มีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปีตามฟ้องข้อ ๒.๑ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองปฏิบัติถูกต้อง เป็นเวลา ๒๕๔ วัน เป็นเงินคนละ ๗๐,๘๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกับฐานไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนตามฟ้องข้อ ๒.๒ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับเป็นรายวัน คนละวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓๔๔ วัน เป็นเงินคนละ ๘๘,๘๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดังกล่าว รวมปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้องเป็นเงินคนละ ๑๕๙,๖๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ ๗๙,๘๐๐ บาท และปรับรายวัน คนละวันละ ๑๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้จัดทำและส่งงบการเงินเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานตามฟ้องข้อ ๒.๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน ๑ ปี./ (ทั้งนี้ คดีขาดอายุความในบางข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน)  

 

485

30/11/2554 

นางสาวสุพัตรา ศรีไพบูลย์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวสุพัตรา ศรีไพบูลย์ ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นนางสาวศุภธนิศร์ ศรีไพบูลย์ หรือนางสาวพลอย เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทอินเทรนด์ คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

105/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี คดียุติ 

 

486

30/11/2554 

นายชวนากร เทียรสวัสดิ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายชวนากร เทียรสวัสดิ์ กรรมการบริษัทอินเทรนด์ คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

105/2554
 

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ 

 

487

30/11/2554 

บริษัท อินเทรนด์ คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท อินเทรนด์ คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

105/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียุติ 

 

488

14/10/2554 

บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

วันที่ 27 มีนาคม 2555 ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 199, 274 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดบัญชีประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันวันละ 200 บาท นับถึงวันฟ้องรวม 350 วัน เป็นเงิน 70,000 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับ รายวันวันละ 200 บาท นับถึงวันฟ้องรวม 350 วัน เป็นเงิน 70,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 90,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 

 

489

10/10/2554 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 และงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 (แทนการนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ด้วย) ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด และไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ มาตรา 56 (1) (2) (3) (4), 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 365 วัน เป็นเงิน 93,000 บาท กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 259 วัน เป็นเงิน 71,800 บาท กรณีงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 228 วัน เป็นเงิน 65,600 บาท กรณีแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี 2553 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 228 วัน เป็นเงิน 65,600 บาท กรณีรายงาน ประจำปี 2554 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 196 วัน เป็นเงิน 59,200 บาท และกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 200 บาท รวม 196 วัน เป็นเงิน 59,200 บาท รวมปรับทั้งสิ้น 414,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับทั้งสิ้น 207,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 100 บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย 

 

490

29/09/2554 

บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

วันที่ 30 มีนาคม 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า บมจ. แอสคอน มีความผิดตาม พรบ. หลักทรัพย์ฯ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองปฏิบัติถูกต้องเป็นเวลา 302 วัน เป็นเงิน 60,400 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 362 วัน เป็นเงิน 72,400 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 329 วัน เป็นเงิน 65,800 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาส ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 314 วัน เป็นเงิน 62,800 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว รวมปรับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 341,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 170,700 บาท และปรับเป็นรายวันวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 

 

491

29/09/2554 

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 

300 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) และมิได้ดูแลจัดการให้ ASCON ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2553 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) รายงานประจำปี 2553 (แบบ 56-2) และงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 30 มีนาคม 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า นายพัฒนพงษ์มีความผิดตาม พรบ. หลักทรัพย์ มาตรา 56, 274 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 วรรคสอง, 300 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันที่จำเลยทั้งสองปฏิบัติถูกต้องเป็นเวลา 302 วัน เป็นเงิน 60,400 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 362 วัน เป็นเงิน 72,400 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานประจำปี ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 329 วัน เป็นเงิน 65,800 บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินรายไตรมาส ปรับ 20,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 200 บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 314 วัน เป็นเงิน 62,800 บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว รวมปรับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 341,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยถึงวันฟ้อง เป็นเงินคนละ 170,700 บาท และปรับเป็นรายวันวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะได้จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานดังกล่าว ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี 

 

492

26/09/2554 

บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2554 

 

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 และมาตรา 274 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท รวมทุกกระทงปรับ 826,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 413,000 บาท และปรับรายวันอีกกระทงวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

493

26/09/2554 

นายพรทัต อมตวิวัฒน์ 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 มาตรา 274 และมาตรา 300 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท รวมทุกกระทงปรับ 826,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 413,000 บาท และปรับรายวันอีกกระทงวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

494

26/09/2554 

นายโดนัล เอียน แม็คเบน 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 มาตรา 274 และมาตรา 300 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม 2554 จนถึงวันฟ้องรวม 363 วัน เป็นเงิน 363,000 บาท รวมทุกกระทงปรับ 826,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 413,000 บาท และปรับรายวันอีกกระทงวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

495

22/09/2554 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) และมิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. 56(1)(2)(3), 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง, 300 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ปอ.ม. 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 รวมปรับเป็นเงิน 249,000 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 124,500 บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ 100 บาท 

 

496

22/09/2554 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) และรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. 56(1)(2)(3), 199 วรรคสอง, 274 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ปอ.ม. 91 ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 ฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) และฐานไม่จัดทำและส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2554 รวมปรับเป็นเงิน 249,000 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 124,500 บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ 100 บาท 

 

497

15/09/2554 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 

199 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ฉบับที่ถูกต้องครบถ้วนต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่าบริษัท เอสเอ็มซี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีความผิดตามาตรา 56(1) มาตรา 199 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ปรับเป็นเงิน 20,000 บาท รายวันวันละ 400 บาท นับถัดจากวันที่คณะกรรมการเปรียบเทียบได้เปรียบเทียบปรับจนถึงวันรับฟ้องรวม 128 วัน เป็นเงิน 51,200 บาท รวมปรับ 71,200 บาท รายวันวันละ 400 บาท ถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลงโทษกึ่งหนึ่ง รวมปรับ 35,600 บาท รายวันวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ 

 

498

15/09/2554 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท สแกนโกลบอล จำกัด (มหาชน) ไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ฉบับที่ถูกต้องครบถ้วนต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด  

 

คดีขาดอายุความ (ผู้ต้องหาหลบหนี) 

 

499

10/08/2554 

นายพินิจ รัตนจารุรักษ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายพินิจ รัตนจารุรักษ์ ในฐานะผู้ดูแลบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

74/2554
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

นายพินิจ รัตนจารุรักษ์ เคยถูกสำนักงานกล่าวโทษเมื่อเดือนธันวาคม 2553 ในความผิดฐานประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และฉ้อโกงประชาชน ในฐานะผู้จัดการทั่วไปของบริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ/หรือบริษัท ที.เอ็ม.บี. ลิสซิ่ง จำกัด 

500

10/08/2554 

นายวิทยา แผนรุ่งรัตน์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายวิทยา แผนรุ่งรัตน์ กรรมการบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

74/2554
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

501

10/08/2554 

บริษัท มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 

74/2554
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน 

 

502

14/06/2554 

นางสาวกนกทิพ นวมเจริญ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวกนกทิพ นวมเจริญ เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้ดูแลจัดการให้บริษัทปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานหกเดือนแรกของปี 2553 งบการเงินประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 28 กันยายน 2554 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ปอ.ม. ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานรอบระยะเวลา ๖ เดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๓ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๓ และฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๓ รวมปรับเป็นเงิน ๒๘๑,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน ๑๔๐,๗๐๐ บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ ๑๕๐ บาท 

 

503

14/06/2554 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้ดูแลจัดการให้บริษัทปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานหกเดือนแรกของปี 2553 งบการเงินประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 28 กันยายน 2554 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ปอ.ม. ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานรอบระยะเวลา ๖ เดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๓ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๓ และฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๓ รวมปรับเป็นเงิน ๒๘๑,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน ๑๔๐,๗๐๐ บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ ๑๕๐ บาท 

 

504

14/06/2554 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) ไม่จัดทำและนำส่งรายงานหกเดือนแรกของปี 2553 งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2553 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 28 กันยายน 2554 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ม. ๕๖, ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง, ๓๐๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ปอ.ม. ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งรายงานรอบระยะเวลา ๖ เดือนแรกของปีบัญชี ๒๕๕๓ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี ๒๕๕๓ และฐานไม่จัดทำและส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๓ รวมปรับเป็นเงิน ๒๘๑,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน ๑๔๐,๗๐๐ บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ ๑๕๐ บาท 

 

505

29/04/2554 

นายวิชัย ชัยสถาพร 

281/2 วรรค 2 ประกอบ 89/7 มาตรา 307 308 311 312 และ 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2552 ถึงปี 2553 นายวิชัย ชัยสถาพร เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของบริษัทนิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NIPPON) ได้ปลอมแปลงเอกสารสั่งซื้อหลักทรัพย์ เพื่อลวงให้ NIPPON ชำระหนี้ค่าซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าว ทั้งที่ไม่มีการซื้อหลักทรัพย์นั้นจริง แต่เป็นการทุจริตอำพรางเพื่อให้สามารถนำเงินของบริษัทไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว คิดเป็นมูลค่า 37.7 ล้านบาท รวมทั้งนายวิชัยยังได้ใช้ชื่อบริษัทติดต่อขออนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นในนามบริษัทให้กับสถาบันการเงินนั้น แต่กลับนำเงินกู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ NIPPON ได้รับความเสียหายอีก 20 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวของนายวิชัยเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 มาตรา 307 มาตรา 308 มาตรา 311 และมาตรา 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 การกระทำของนายวิชัยข้างต้น ทำให้ NIPPON บันทึกบัญชีแสดงเงินลงทุนในหลักทรัพย์เป็นเท็จ จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทปลอม และบันทึกบัญชีเงินกู้ยืมของ NIPPON ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ให้หลงผิดเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน และน่าเชื่อถือของเอกสาร รายงาน และบัญชีของ NIPPON ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ด้วย  

34/2554
 

วันที่ 26 ตุลาคม 2559 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อ. 3408/2559 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 89/7 281/2 307 311 312 และ 313 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ. มาตรา 91 ดังนี้ (1) ความผิดฐานเป็นกรรมการบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยทุจริต รวม 7 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมเป็นจำคุก 35 ปี (2) ความผิดฐานเป็นกรรมการของบริษัทที่มีหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กรณีแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายในส่วนของเงินกู้ของบริษัท จำคุก 5 ปี (3) ความผิดฐานเป็นกรรมการลงข้อความเท็จในบัญชี ทำบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความจริงเพื่อลวงให้นิติบุคคล หรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้เกี่ยวกับเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง จำคุก 5 ปี และ (4) ความผิดฐานเป็นกรรมการไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีเพื่อลวงให้นิติบุคคลหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งทั้ง 10 กระทง เหลือโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมเป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน แต่เนื่องจากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วโทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 20 ปี ตาม ปอ. มาตรา 91(2) จึงลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี  

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ 

506

29/03/2554 

นางรัชนี พานิช 

241 ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางรัชนี พานิช ร่วมกับนายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ และนายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) ลงทุนและซื้อขายหุ้นบริษัทกะรัต สุขภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("KARAT") ในระหว่างวันที่ 15 มกราคม ? 19 มิถุนายน 2545 โดยอาศัยข้อมูลภายในเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้น KARAT ที่นายวิสิทธิ์ ได้ล่วงรู้มาในฐานะหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะมีการเปิดเผยต่อประชาชน อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 

29/2554
 

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ม. 241 วรคหนึ่ง ประกอบ ม. 296 และประมวลกฎหมายอาญา ม. 86 ปรับ 2,518,646.23 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 1,259,323.11 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 29,30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นเวลา 2 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และคดีถึงที่สุดแล้ว 

 

507

29/03/2554 

นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ 

241 ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ ร่วมกับนายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ นางรัชนี พานิช และนายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) ลงทุนและซื้อขายหุ้นบริษัทกะรัต สุขภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("KARAT") ในระหว่างวันที่ 14 มีนาคม - 2 กรกฎาคม 2545 โดยอาศัยข้อมูลภายในเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้น KARAT ที่นายวิสิทธิ์ ได้ล่วงรู้มาในฐานะหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะมีการเปิดเผย ต่อประชาชน อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

29/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวมาส่งฟ้องศาลได้ทันภายในกำหนดอายุความ 

 

508

29/03/2554 

นายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) 

241 ประกอบ 86 ปอ. 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) ร่วมกับนายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ นางรัชนี พานิช และ นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ ลงทุนและซื้อขายหุ้นบริษัทกะรัต สุขภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("KARAT") ในระหว่างวันที่ 15 มกราคม - 2 กรกฎาคม 2545 โดยอาศัยข้อมูลภายในเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้น KARAT ที่นายวิสิทธิ์ ได้ล่วงรู้มาในฐานะหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะมีการเปิดเผยต่อประชาชน อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

29/2554
 

ในทางการสอบสวนไม่สามารถระบุตัวได้ 

 

509

29/03/2554 

นายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ 

241 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ หรือในขณะเกิดเหตุชื่อนายวิสิทธิ์ กาญจโนภาส ร่วมกับ นางรัชนี พานิช นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ และนายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) ลงทุนและซื้อขายหุ้นบริษัทกะรัต สุขภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("KARAT") ในระหว่างวันที่ 15 มกราคม - 2 กรกฎาคม 2545 โดยอาศัยข้อมูลภายในเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้น KARAT ที่นายวิสิทธิ์ ได้ล่วงรู้มาในฐานะหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะมีการเปิดเผยต่อประชาชน อันเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  

29/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่สามารถนำตัวมาส่งฟ้องศาลได้ทันภายในกำหนดอายุความ 

 

510

21/03/2554 

นางสาวณัฐวดี จินดาประเสริฐ 

243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวณัฐวดี จินดาประเสริฐ มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้นบริษัททีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("TWZ") ในช่วงระหว่าง (1) วันที่ 28 กันยายน ? 26 ตุลาคม 2550 (2) วันที่ 28 เมษายน ? 15 พฤษภาคม 2551 และ (3) วันที่ 23 ? 24 มิถุนายน 2551 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นนั้น อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

24/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียุติ  

 

511

21/03/2554 

นายนกรณ์ ธนสรกรชัชชล 

243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนกรณ์ ธนสรกรชัชชล หรือในขณะเกิดเหตุชื่อนายนภดล ตู้พิทักษ์ผล มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการจัดการให้เกิดการซื้อขายหุ้นบริษัททีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("TWZ") ด้วยการจัดการเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ต (internet) ที่ใช้ในการซื้อขายหุ้นของ TWZ ของนางสาวณัฐวดี จินดาประเสริฐ นายอัถวุฒิ ไผ่ไชย และนายปฏิญญา พิทยานุภากร ในช่วงเวลาระหว่าง (1) วันที่ 28 กันยายน ? 26 ตุลาคม 2550 (2) วันที่ 28 เมษายน ? 15 พฤษภาคม 2551 และ (3) วันที่ 23 ? 24 มิถุนายน 2551 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นนั้น อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

24/2554
 

คดีอาญาระงับ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวโทษเสียชีวิต 

 

512

21/03/2554 

นายปฏิญญา พิทยานุภากร 

243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายปฏิญญา พิทยานุภากร มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้นบริษัททีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("TWZ") ในช่วงระหว่าง (1) วันที่ 28 กันยายน ? 26 ตุลาคม 2550 (2) วันที่ 28 เมษายน ? 15 พฤษภาคม 2551 และ (3) วันที่ 23 ? 24 มิถุนายน 2551 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นนั้น อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ นายปฏิญญาได้ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบปรับ แต่ไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งของคณะกรรมการเปรียบเทียบ 

24/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียุติ  

 

513

21/03/2554 

นายอัถวุฒิ ไผ่ไชย 

243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอัถวุฒิ ไผ่ไชย มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้นบริษัททีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("TWZ") ในช่วงระหว่าง (1) วันที่ 28 กันยายน ? 26 ตุลาคม 2550 (2) วันที่ 28 เมษายน ? 15 พฤษภาคม 2551 และ (3) วันที่ 23 ? 24 มิถุนายน 2551 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นนั้น อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ นายอัถวุฒิได้ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบปรับ แต่ไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งของคณะกรรมการเปรียบเทียบ 

24/2554
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียุติ  

 

514

07/03/2554 

นางอรวรรณ ผานิตกุลวัฒน์ 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางอรวรรณ ผานิตกุลวัฒน์ (นางอรวรรณ) ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของ บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NIPPON) กรณี NIPPON มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด ต้องรับโทษเช่นเดียวกันกับ NIPPON 

 

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบความผิดนางอรวรรณกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 เป็นเงินจำนวน 129,625 บาท และกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 เป็นเงินจำนวน 95,500 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องตามความเห็นของพนักงานอัยการให้ทำการเปรียบเทียบความผิด 

 

515

07/03/2554 

นายวิชัย ชัยสถาพร 

300 ประกอบมาตรา 56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายวิชัย ชัยสถาพร ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของ บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NIPPON) กรณี NIPPON มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด ต้องรับโทษเช่นเดียวกับ NIPPON 

 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 2183/2554 ว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 56, มาตรา 199 วรรคสอง, มาตรา 274 วรรคหนึ่ง และมาตรา 300 แห่ง พรบ. หลักทรัพย์ฯ ปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องรวม 9 วัน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 14,500 บาท 

 

516

07/03/2554 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสรรพพล รัตนรุ่งโรจน์ เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) มิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องความผิดกรณีมิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2553 ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 19 กันยายน 2554 ลงโทษปรับจำเลย เป็นเงิน 139,700 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 69,850 บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ 300 บาท 

 

517

07/03/2554 

บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไม่ได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 งบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 และงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

(1) กรณีงบไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2553 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 2183/2554 ว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 56, มาตรา 199 วรรคสอง และมาตรา 274 วรรคหนึ่ง แห่ง พรบ. หลักทรัพย์ฯ ปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องรวม 9 วัน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 14,500 บาท (2) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบความผิด NIPPON กรณีงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 เป็นเงินจำนวน 129,625 บาท และกรณีงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2553 เป็นเงินจำนวน 95,500 บาท ตามที่พนักสอบสวนส่งเรื่องตามความเห็นของพนักงานอัยการ ให้ทำการเปรียบเทียบ 

 

518

07/03/2554 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องความผิดกรณีมิได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2553 ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาวันที่ 19 กันยายน 2554 ลงโทษปรับจำเลย เป็นเงิน 139,700 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 69,850 บาท และปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอีกวันละ 300 บาท 

 

519

30/12/2553 

นายราชศักดิ์ สุเสวี 

307 308 311 312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2547 - 2548 นายราชศักดิ์ สุเสวี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.เพาเวอร์-พี ในช่วงเกิดเหตุ ได้ร่วมกับนายพงษ์ศักดิ์ คงปัญญากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการเงินและการบัญชีของบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้เพื่อตนเอง และ/หรือบุคคลอื่น อันทำให้ บมจ.เพาเวอร์-พี เสียหาย จากการลงทุนซื้อหุ้น จำนวน 45 ล้านบาท และกระทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีและเอกสารไม่ถูกต้อง 

92/2553
 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษนายราชศักดิ์ สุเสวี กรณีเป็นกรรมการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทเพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) (บริษัทเพาเวอร์-พี) กระทำการทุจริตเบียดบังเงินออกจากบริษัทเพาเวอร์-พี และให้ บริษัทเพาเวอร์-พี จ่ายเงินมัดจำค่าซื้อหุ้นบริษัทแห่งหนึ่งสูงกว่าความเป็นจริง 45 ล้านบาท เป็นความผิด 2 กรณี ได้แก่ 1. ความผิดตามมาตรา 307 308 311 และมาตรา 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตามมาตรา 90 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ลงโทษฐานเบียดบังทรัพย์ของบริษัทเพาเวอร์-พี เป็นของตนโดยทุจริต จำคุก 8 ปี 2. กระทำหรือยินยอมให้ลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2548 และเอกสารของบริษัทเพาเวอร์-พี และจัดทำบัญชีไม่ครบถ้วนไม่ถูกต้อง หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใด ๆ เป็นความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ จำคุก 8 ปี ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คงจำคุกจำเลยกรรมละ 5 ปี 4 เดือน ตามลำดับ รวมลงโทษจำคุก 10 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 

 

520

28/12/2553 

นางสาวนงลักษณ์ สินประเสริฐเลิศ 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวนงลักษณ์ สินประเสริฐเลิศ ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี ขณะเกิดเหตุ ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสง่า สกุลเอกไพศาล ในการซื้อขายหุ้น (1) บริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (FOCUS) ระหว่างวันที่ 24 - 25 เมษายน 2551 และ (2) บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ จำกัด (มหาชน) ("IFEC") เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 ในลักษณะสร้างราคา โดยนางสาวนงลักษณ์ เป็นผู้จัดหาบัญชี ซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่นายสง่า ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะสร้างราคา และช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว  

91/2553
 

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง 

 

521

28/12/2553 

นายสง่า สกุลเอกไพศาล 

243(1)(2) ประกอบมาตรา 244(1)(2)(3) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 24 เมษายน 2551 ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 นายสง่า สกุลเอกไพศาล (เดิมชื่อนายจักรชัย หรือนายธน แซ่เจียม) ซื้อขายหลักทรัพย์ของ (1) บริษัทโฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ("FOCUS") (2) บริษัทอินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ จำกัด (มหาชน) ("IFEC") และ (3) บริษัทโรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("RCI") โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นการซื้อขายผ่านบัญชีของบุคคลอื่นรวม 8 บัญชี ในลักษณะอำพราง เพื่อให้ บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายกันมาก หรือราคาหลักทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงไป โดยมีพฤติกรรมการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปทำการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น  

91/2553
 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 

 

522

28/12/2553 

นายอดิเรก อุ่มบางตลาด 

243(1)(2) และ 244 ประกอบ ปอ.86 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอดิเรก อุ่มบางตลาด ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ขณะเกิดเหตุ ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนนายสง่า สกุลเอกไพศาล ในการซื้อขายหุ้นบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("RCI") เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 ในลักษณะสร้างราคา โดยนายอดิเรก เป็นผู้จัดหาบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่นายสง่า ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะสร้างราคา และช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว  

91/2553
 

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง 

 

523

27/12/2553 

นางประวีณา โสดาวงศ์ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางประวีณา โสดาวงศ์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

524

27/12/2553 

นายชัยรัตน์ ฉันทภักดี 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายชัยรัตน์ ฉันทภักดี ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

525

27/12/2553 

นายพินิจ รัตนจารุรัตน์ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายพินิจ รัตนจารุรัตน์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

526

27/12/2553 

นายวราคม หอมทวนลม 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายวราคม หอมทวนลม ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

527

27/12/2553 

นายศันต์ศรุติ จันทร์ฉาย หรือนายเดี่ยว หรือนายศิรวิชญ์ เหมราช หรือนายสมนึก โพธิ์ศ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายศันต์ศรุติ จันทร์ฉาย หรือนายเดี่ยว หรือนายศิรวิชญ์ เหมราช หรือนายสมนึก โพธิ์ศรี ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญา ซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

528

27/12/2553 

นายอดิศักดิ์ แดงโกเมน 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายอดิศักดิ์ แดงโกเมน ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

529

27/12/2553 

บริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

530

27/12/2553 

บริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่ง จำกัด 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่ง จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

90/2553
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน 

 

531

07/12/2553 

นายคมกริช ลือจรรยา 

307 311 312 314 และ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2547 - 2548 นายคมกริช ลือจรรยา ได้ให้ความช่วยเหลือแก่นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายราชศักดิ์ สุเสวี ผู้บริหารของบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) อันทำให้ บมจ.เพาเวอร์-พี เสียหาย จากรายการจ่ายเงินทดรองจ่ายรวม 265 ล้านบาท ให้แก่บริษัท 4 แห่งที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ทำธุรกิจร่วมและ/หรืออ้างว่าทำธุรกิจร่วม และกรณีการตกแต่งรายได้ของ บมจ.เพาเวอร์-พี จากการรับรู้รายได้ค่าศึกษาความเป็นไปได้ จัดหาแหล่งเงิน ควบคุม ออกแบบ และดูแลสถานที่โครงการก่อสร้างให้แก่บริษัท 2 แห่ง และรายได้ค่าให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท 2 แห่ง รวมจำนวน 44 ล้านบาท โดยที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ไม่ได้มีการปฏิบัติงานหรือให้บริการดังกล่าวจริง 

92/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

532

07/12/2553 

นายพงษ์ศักดิ์ คงปัญญากุล 

307 311 312 และ 314 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2547 - 2548 นายพงษ์ศักดิ์ คงปัญญากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการเงินและการบัญชีของบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับนายราชศักดิ์ สุเสวี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.เพาเวอร์-พี ในช่วงเกิดเหตุ กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้เพื่อตนเอง และ/หรือบุคคลอื่น อันทำให้ บมจ.เพาเวอร์-พี เสียหาย จากรายการจ่ายเงินทดรองจ่ายรวม 265 ล้านบาท ให้แก่บริษัท 4 แห่งที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ทำธุรกิจร่วมและ/หรืออ้างว่าทำธุรกิจร่วม และกระทำหรือยินยอมให้มีการตกแต่งรายได้ของ บมจ.เพาเวอร์-พี จากการรับรู้รายได้ค่าศึกษาความเป็นไปได้ จัดหาแหล่งเงิน ควบคุม ออกแบบ และดูแลสถานที่โครงการก่อสร้างให้แก่บริษัท 2 แห่ง และรายได้ค่าให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท 2 แห่ง รวมจำนวน 44 ล้านบาท โดยที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ไม่ได้มีการปฏิบัติงานหรือให้บริการดังกล่าวจริง 

92/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

533

07/12/2553 

นายราชศักดิ์ สุเสวี 

307 308 311 312 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2547 - 2548 นายราชศักดิ์ สุเสวี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.เพาเวอร์-พี ในช่วงเกิดเหตุ ได้ร่วมกับนายพงษ์ศักดิ์ คงปัญญากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการเงินและการบัญชีของบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้เพื่อตนเอง และ/หรือบุคคลอื่น อันทำให้ บมจ.เพาเวอร์-พี เสียหาย จากรายการจ่ายเงินทดรองจ่ายรวม 265 ล้านบาท ให้แก่บริษัท 4 แห่งที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ทำธุรกิจร่วมและ/หรืออ้างว่าทำธุรกิจร่วม และกระทำหรือยินยอมให้มีการตกแต่งรายได้ของ บมจ.เพาเวอร์-พี จากการรับรู้รายได้ค่าศึกษาความเป็นไปได้ จัดหาแหล่งเงิน ควบคุม ออกแบบ และดูแลสถานที่โครงการก่อสร้างให้แก่บริษัท 2 แห่ง และรายได้ค่าให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท 2 แห่ง รวมจำนวน 44 ล้านบาท โดยที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ไม่ได้มีการปฏิบัติงานหรือให้บริการดังกล่าวจริง 

92/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

534

07/12/2553 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 

307 311 312 และ 314 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2547 - 2548 นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้มีอำนาจจัดการในบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) ได้ใช้หรือสั่งการหรือร่วมกับนายราชศักดิ์ สุเสวี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.เพาเวอร์-พี ในช่วงเกิดเหตุ กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้เพื่อตนเอง และ/หรือบุคคลอื่น อันทำให้ บมจ.เพาเวอร์-พี เสียหาย จากรายการจ่ายเงินทดรองจ่ายรวม 265 ล้านบาท ให้แก่บริษัท 4 แห่งที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ทำธุรกิจร่วมและ/หรืออ้างว่าทำธุรกิจร่วม และกระทำหรือยินยอมให้มีการตกแต่งรายได้ของ บมจ.เพาเวอร์-พี จากการรับรู้รายได้ค่าศึกษาความเป็นไปได้ จัดหาแหล่งเงิน ควบคุม ออกแบบ และดูแลสถานที่โครงการก่อสร้างให้แก่บริษัท 2 แห่ง และรายได้ค่าให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท 2 แห่ง รวมจำนวน 44 ล้านบาท โดยที่ บมจ.เพาเวอร์-พี ไม่ได้มีการปฏิบัติงานหรือให้บริการดังกล่าวจริง 

92/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

535

10/11/2553 

นางสาวชลาลัย สาลิวรรธนะ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นางสาวชลาลัย สาลิวรรธนะ ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติฯ กับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

536

10/11/2553 

นางสาวดวงเดือน ลิ้มสุธาโภชน์ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นางสาวดวงเดือน ลิ้มสุธาโภชน์ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติฯ กับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

537

10/11/2553 

นางสาวมีนา กำแพงแก้ว 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นางสาวมีนา กำแพงแก้ว ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติฯ กับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

538

10/11/2553 

นางสาวรสธร กิตติคุณธนสาร 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นางสาวรสธร กิตติคุณธนสาร ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติฯ กับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

539

10/11/2553 

นายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ 

311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ได้กระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน สมรู้ร่วมคิดกับหรือโดยได้รับการสนับสนุนจากนายปวริศ ภัทร์วงศธร, นางสาวมีนา กำแพงแก้ว, นายภัทร ธำรงวิทย์, นางสาวชลาลัย สาลิวรรธนะ, นางสาวดวงเดือน ลิ้มสุธาโภชน์ และนางสาวรสธร กิตติคุณธนสาร ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติกับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ  

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

540

10/11/2553 

นายปวริศ ภัทร์วงศธร 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นายปวริศ ภัทร์วงศธร ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติกับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

541

10/11/2553 

นายภัทร ธำรงวิทย์ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 นายภัทร ธำรงวิทย์ ได้สมรู้ร่วมคิดหรือช่วยเหลือสนับสนุนนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย International Equity Sales ของบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (บล.ยูบีเอส) และรับผิดชอบการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ในการกระทำการโดยทุจริต โดยอาศัยโอกาสจากการรู้ข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าสถาบัน นัดแนะกับพวก ให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบและทำให้ลูกค้าเสียหาย โดยลูกค้า บล.ยูบีเอส ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาแพงหรือขายหลักทรัพย์ได้ในราคาถูก ทั้งที่ในขณะนั้นในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ฯ มีผู้ให้ราคาเสนอขายหรือเสนอซื้อที่ดีกว่า แต่นายนำกฤติฯ กับพวกกลับเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

77/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 

 

542

21/09/2553 

บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

มาตรา 56(1)(2) ประกอบมาตรา 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

มิได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2552 และงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2552 ตามหลักเกณฑ์และภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด  

 

วันที่ 10 พ.ย.53 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑), (๓) ๑๙๙ และ ๒๗๔ วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน รายไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๒๐๐ บาท รวม ๔๐๖ วัน เป็นเงิน ๘๑,๒๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและส่งงบการเงิน ประจำปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท รวม ๓๑๔ วัน เป็นเงิน ๖๒,๘๐๐ บาท รวมปรับทั้งสิ้น ๑๘๔,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๙๒,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๑,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙./ (คดีดำ 3529/2553 คดีแดง 3521/2553)  

 

543

06/09/2553 

นายแพทย์สุเทพ วงศ์แพทย์ 

307 311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายแพทย์สุเทพ วงศ์แพทย์ ในฐานะเป็นอดีตกรรมการผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ และเป็นนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของบริษัทกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต 

 

คดีขาดอายุความ 

 

544

03/09/2553 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56 และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลา ที่กำหนด  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๑๙๙ และ ๒๗๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ปรับกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท (นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันฟังคำพิพากษา จำนวน ๓๕๐ วัน) เป็นเงิน ๗๐,๒๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เป็นเงิน ๑๔๐,๔๐๐ บาท รวมปรับจำเลย ๑๘๐,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๙๐,๒๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันวันละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟังคำพิพากษาจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลย ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ 

 

545

03/09/2553 

นางสาวกนกทิพ นวมเจริญ 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นางสาวกนกทิพ นวมเจริญ ในฐานะกรรมการบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้ปฎิบัติหน้าที่ดูแลให้บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๑๙๙ และ ๒๗๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ปรับกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท (นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันฟังคำพิพากษา จำนวน ๓๕๐ วัน) เป็นเงิน ๗๐,๒๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เป็นเงิน ๑๔๐,๔๐๐ บาท รวมปรับจำเลย ๑๘๐,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๙๐,๒๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันวันละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟังคำพิพากษาจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐./ 

 

546

03/09/2553 

นายอบีนาช มาจี้ 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายอบีนาช มาจี้ ในฐานะกรรมการบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้ปฎิบัติหน้าที่ดูแลให้บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) จัดทำและนำส่ง (1) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 และ (2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด  

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๑๙๙ และ ๒๗๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ปรับกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท (นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันฟังคำพิพากษา จำนวน ๓๕๐ วัน) เป็นเงิน ๗๐,๒๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เป็นเงิน ๑๔๐,๔๐๐ บาท รวมปรับจำเลย ๑๘๐,๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๙๐,๒๐๐ บาท และปรับจำเลยรายวันวันละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟังคำพิพากษาจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐./ 

 

547

27/08/2553 

นายบี เตชะอุบล 

307 308 311 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในระหว่างปี 2549 นายบี เตชะอุบล ในฐานะดำรงตำแหน่งกรรมการและรับผิดชอบในการดำเนินงานและการจัดการทรัพย์สินของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") ได้กระทำการเข้าข่ายผิดหน้าที่ของกรรมการบริษัทด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือเบียดบังเอาทรัพย์สินของ IEC ไปเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น โดยดำเนินการให้ IEC ทำสัญญาขอใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายบี โดยที่ IEC ไม่ได้รับประโยชน์ และทำให้ได้รับความเสียหาย  

59/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1  

 

548

27/08/2553 

นายวรเศรษฐ์ อุนยโกวิท 

307 308 311 313 ประกอบ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในระหว่างปี 2549 นายวรเศรษฐ์ อุนยโกวิท (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นนายธนาชัย อุนยโกวิท) ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล อินจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนนายบี เตชะอุบล ในฐานะดำรงตำแหน่งกรรมการและรับผิดชอบในการดำเนินงานและการจัดการทรัพย์สินของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ("IEC") ในการกระทำการเข้าข่ายผิดหน้าที่ของกรรมการบริษัทด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือเบียดบังเอาทรัพย์สินของ IEC ไปเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น โดยดำเนินการให้ IEC ทำสัญญาขอใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายบี โดยที่ IEC ไม่ได้รับประโยชน์และทำให้ได้รับความเสียหาย 

59/2553
 

คดีเสร็จเด็ดขาดโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นไม่แย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1  

 

549

21/07/2553 

นางวัลลีย์ จันทร์เพ็ญ 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 ศาลแขวงปทุมวันมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 1 ปี 

 

550

05/07/2553 

บริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

จัดทำและนำส่งงบการเงินรายไตรมาสที่ 2 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ต่อสำนักงานไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด 

 

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 199 และมาตรา 274 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ปรับ 20,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 200 บาท (นับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2552 ถึงวันฟังคำพิพากษา) รวม 410 วัน เป็นเงิน 82,000 บาท รวมปรับ 102,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 51,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟังคำพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คดีถึงที่สุด  

 

551

05/07/2553 

บริษัท เอส.อี.ซี ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินและรายงานทางการเงิน จำนวน 5 รายการ ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้ (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2552 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 (แบบ 56-1) (4) รายงานประจำปี 2552 (แบบ 56-2) และ (5) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖ (๑) (๒) (๓) (๔), ๑๙๙ วรรคสอง, ๒๗๔ วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส ๓ ประจำปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวัน วันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวม ๓๖๘ วัน เป็นเงิน ๗๓,๖๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชีปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวัน วันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวม ๒๓๓ วัน เป็นเงิน ๔๖,๖๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวัน วันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวม ๒๓๓ วัน เป็นเงิน ๔๖,๖๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งรายงานประจำปี ๒๕๕๒ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวัน วันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวม ๒๐๓ วัน เป็นงิน ๔๐,๖๐๐ บาท ฐานไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส ๑ ประจำปี ๒๕๕๓ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวัน วันละ ๒๐๐ บาท นับถัดจากวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวม ๑๘๖ วัน เป็นเงิน ๓๗,๒๐๐ บาท รวมปรับทั้งสิ้น ๓๔๔,๖๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๗๒,๓๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๑,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันพิพากษาจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙./ 

 

552

23/06/2553 

นางสาวกนกวรรณ นาคบาตร์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวกนกวรรณ นาคบาตร์ (หรือ เพ็ญพัชมน/พัชมน พรรณาราย) ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

553

23/06/2553 

นางสาวจันทร์จิรา แก่นแสนดี 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวจันทร์จิรา แก่นแสนดี ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

554

23/06/2553 

นางสาวณัฐฐา สินธุวานิช 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวณัฐฐา สินธุวานิช ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

555

23/06/2553 

นางสาวทัศนีย์ สมทอง 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวทัศนีย์ สมทอง (หรือ กี้/อิ่ม) ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

556

23/06/2553 

นางสาวพลอยนัชชา ทิพย์จิรโรจน์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวพลอยนัชชา ทิพย์จิรโรจน์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

557

23/06/2553 

นางสาวมนัสนันท์ ปิยพงพันธุ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวมนัสนันท์ ปิยพงพันธุ์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

558

23/06/2553 

นางสาววรรัตน์ จันทร์โอกุล 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาววรรัตน์ จันทร์โอกุล (หรือ รัตน์/รินทร์/แอ๊ด) ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

559

23/06/2553 

นางสาวสุภารักษ์ รักษาศรี 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวสุภารักษ์ รักษาศรี ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

560

23/06/2553 

นางสาวอินทิรา สืบสังข์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวอินทิรา สืบสังข์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

561

23/06/2553 

นายชูเกียรติ ปันนิตามัย 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายชูเกียรติ ปันนิตามัย (หรือต๋อง / แคท) ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

562

23/06/2553 

นายณัฐพงษ์ เอกพันธุ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายณัฐพงษ์ เอกพันธุ์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

563

23/06/2553 

นายพิษณุ บุญอาจ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายพิษณุ บุญอาจ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

564

23/06/2553 

นายศักดา ปันนิตามัย 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายศักดา ปันนิตามัย (หรือขวัญ / สา / แพท) ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

565

23/06/2553 

บริษัท จี.แอล.อี. (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท จี.แอล.อี. (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ  

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

566

23/06/2553 

บริษัท ซี.เอ็น.บี.ซี. (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ซี.เอ็น.บี.ซี. (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

567

23/06/2553 

บริษัท ที.เอ็น.เอ็น. (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ที.เอ็น.เอ็น. (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ  

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

568

23/06/2553 

บริษัท เอ.แอล.ที.ไอ. จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เอ.แอล.ที.ไอ. จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

43/2553
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

569

18/06/2553 

นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) มิได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรับผิดชอบให้ บมจ. ดาต้าแมท จัดทำและนำส่งรายงานรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2552 ต่อสำนักงาน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

คดีขาดอายุความ 

 

570

18/06/2553 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

มิได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2552 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ พ. ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๖, ๑๙๙ และ ๒๗๔ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๒๐๐ บาท (นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ ถึงวันฟังคำพิพากษา) รวม ๓๖๑ วัน เป็นเงิน ๗๒,๒๐๐ บาท รวมปรับ ๙๒,๒๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงลงโทษปรับ ๔๖,๑๐๐ บาท และปรับ รายวัน วันละ ๑,๐๐๐ บาท นับถัดแต่วันฟังคำพิพากษาจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙./ 

 

571

07/06/2553 

นายวราวุฒิ ลาภวิสุทธิสิน 

300 ประกอบมาตรา 56(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานในขณะเกิดเหตุของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PICNI) ต้องรับผิดเช่นเดียวกับ PICNI กรณี PICNI มิได้นำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2552 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่คดีขาดอายุความ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี 

 

572

07/06/2553 

บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2552 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด คือ ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 

 

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา56 , 199 และมาตรา 274 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 25,000 บาท และปรับรายวันวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง คดีถึงที่สุด 

 

573

31/05/2553 

นายนพ สัตยาศัย 

307 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายนพ สัตยาศัย ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท อีสเทิร์นไวร์ จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันบริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ CEN) ได้ร่วมกับนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ยักยอกเงินออกจากบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 ล้านบาท ในปี 2548 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ 

34/2553
 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง 

 

574

31/05/2553 

นายภิรมย์ ปริยวัติ 

307 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายภิรมย์ ปริยวัติ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนายศุทธา ปริยวัฒน์) นายสนทยา น้อยเจริญ ซึ่งในขณะเกิดเหตุนายภิรมย์ฯ นายสนทยาฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท อีสเทิร์นไวร์ จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันบริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ CEN) ได้ร่วมกับนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ยักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ อีกทั้งบันทึกบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง หรือลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร 

34/2553
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง  

 

575

31/05/2553 

นายสนทยา น้อยเจริญ 

307 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสนทยา น้อยเจริญ และนายภิรมย์ ปริยวัติ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนายศุทธา ปริยวัฒน์) ซึ่งในขณะเกิดเหตุนายภิรมย์ฯ นายสนทยาฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท อีสเทิร์นไวร์ จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันบริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ CEN) ได้ร่วมกับนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ยักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ อีกทั้งบันทึกบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง หรือลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร 

34/2553
 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง  

 

576

31/05/2553 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 

314 ประกอบ 307 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ได้ร่วมกับนายภิรมย์ ปริยวัติ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนายศุทธา ปริยวัฒน์) นายสนทยา น้อยเจริญ ซึ่งในขณะเกิดเหตุนายภิรมย์ฯ นายสนทยาฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท อีสเทิร์นไวร์ จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันบริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ CEN) ยักยอกเงินออกจากบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านสัญญาว่าจ้างให้บริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลล์ จำกัด หาวัตถุดิบล่วงหน้า จำนวน 80.1 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อตนเองและบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ อีกทั้งบันทึกบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง หรือลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร นอกจากนี้ นายสุริยาได้ร่วมกับนายนพ สัตยาศัย ซึ่งขณะเกิดเหตุนายนพฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ ยักยอกเงินออกจากบริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ โดยอำพรางผ่านการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 ล้านบาท ในปี 2548 ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้เพื่อตนเองและบุคคลอื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ เช่นกัน 

34/2553
 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง 

 

577

27/05/2553 

นายวิชัย ชัยสถาพร 

281/2 วรรค 2 ประกอบ 89/7 มาตรา 307 308 311 312 และ 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างปี 2551 ถึงปี 2552 นายวิชัย ชัยสถาพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการบริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NIPPON) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของบริษัท กระทำการทุจริตยักยอกทรัพย์สินของ NIPPON ออกไปเป็นประโยชน์ส่วนตน รวมจำนวน 179.6 ลบ. และจัดทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จโดย 1. ยักยอกเงินด้วยการปลอมเอกสารแสดงข้อความอันเป็นเท็จยืนยันการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ NIPPON และให้ NIPPON ชำระหนี้ค่าซื้อหุ้นพร้อมค่าธรรมเนียม โดยแก้ไขชื่อผู้รับเงินตามเช็คเป็นชื่อตนเอง เป็นเงิน 143.8 ลบ. 2. ยักยอกหุ้นด้วยการสั่งโอนหุ้นในบัญชีซื้อขายหุ้นของ NIPPON เข้าบัญชีซื้อขายหุ้นของตนเอง จากนั้นได้สั่งขาย และรับเงิน ค่าหุ้น เป็นเงิน 27.9 ลบ. 3. ยักยอกเงินด้วยการสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนซึ่งเป็นทรัพย์สินของ NIPPON และรับเงินค่าไถ่ถอนดังกล่าวเป็นประโยชน์ของตนเอง เป็นเงิน 7.9 ลบ. 4. ปลอมเอกสารของบริษัทหลักทรัพย์แจ้งยืนยันการซื้อหุ้นเพื่อเป็นหลักฐานการเบิกจ่ายเงินออกจาก NIPPON ปลอมเอกสารของบริษัทหลักทรัพย์แสดงยอดหุ้นคงเหลือสิ้นงวดในบัญชี NIPPON เพื่อใช้แสดงต่อผู้สอบบัญชี รวมถึงปลอมเอกสารการรับเงินปันผล อันเป็นเหตุให้NIPPON บันทึกบัญชี และจัดทำงบการเงินอันเป็นเท็จ 

33/2553
 

วันที่ 7 สิงหาคม 2555 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ. 2913/2554 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2687/2555 โดยพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 281/2 307 308 311 312 และ 313 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 ปอ. (1) ความผิดฐานเป็นกรรมการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต โดยทุจริต รวม 18 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี และปรับกระทงละ 60,000 บาท รวมเป็นจำคุก 54 ปี และปรับ 1,080,000 บาท (2) ความผิดฐานเป็นกรรมการเบียดบังเอาทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไปโดยทุจริต จำคุก 5 ปี และปรับ 500,000 บาท (3) ความผิดฐานเป็นกรรมการกระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 500,000 บาท รวมเป็นจำคุก 30 ปี และปรับ 3,000,000 บาท (4) ความผิดฐานเป็นกรรมการกระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายและลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร หรือทำบัญชีไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง จำคุก 5 ปี และปรับ 500,000 บาท รวมจำคุก 94 ปี ปรับ 5,080,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกจำเลย 47 ปี และปรับรวม 2,540,000 บาท แต่เนื่องจากโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 10 ปี จึงลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 20 ปี ตาม ปอ. มาตรา 91 โดยโทษจำคุกให้รอการลงอาญามีกำหนดเวลา 3 ปี 

 

578

26/05/2553 

บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) 

113 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ระหว่างเดือนสิงหาคม 2550 ถึงเดือนมิถุนายน 2552 บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีระบบควบคุมภายในที่ขาดประสิทธิภาพ โดยไม่ได้สอบยันการปฏิบัติงานระหว่างบุคลากรที่ให้บริการด้านหลักทรัพย์ (front office) กับหน่วยงานและบุคลากรที่ปฏิบัติการด้านหลักทรัพย์(back office) อย่างเคร่งครัด อันเป็นการดำเนินการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 

 

 

 

579

28/04/2553 

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) 

246 และ 247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

1. คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร)รายงานเท็จและไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SHIN) ที่มีจำนวนการถือครองผ่านจุดร้อยละห้าของจำนวนหลักทรัพย์ ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานภายในวันทำการถัดจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายไป รวม 3 กรณี ดังนี้ (ก) วันที่ 1 กันยายน 2543 คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร)รายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ SHIN ทั้งหมดให้บุคคลอื่น แต่ความจริงยังมีการถือครองหุ้น SHIN อยู่ในชื่อของบุคคลในครอบครัวและบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด การรายงานดังกล่าวจึงเป็นเท็จ (ข) วันที่ 2 เมษายน 2544 คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) ไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหุ้น SHIN ที่มีจำนวนการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.33 เป็นร้อยละ 50.16 อันเกิดจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 บริษัท วินมาร์ค จำกัด ที่ถือครองหุ้น SHIN แทน ได้หุ้นเพิ่มเติมจากการทำสัญญาอนุพันธ์ (ค) วันที่ 24 มกราคม 2549 ไม่ได้รายงานการจำหน่ายหุ้น SHIN ที่อยู่ในชื่อของบุคคลในครอบครัวให้แก่กลุ่มเทมาเสกไปจนเหลือเฉพาะส่วนที่ถืออยู่ในชื่อของบริษัท วินมาร์คฯ 2. วันที่ 2 เมษายน 2544 คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) ไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการเมื่อได้หุ้น SHIN เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.33 เป็นร้อยละ 50.16 อันเกิดจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 บริษัท วินมาร์ค จำกัด ที่ถือครองหุ้น SHIN แทน ได้หุ้นเพิ่มเติมจากการทำสัญญาอนุพันธ์ 

24/2553
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี 

 

580

28/04/2553 

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร 

246 และ 247 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

1. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร รายงานเท็จและไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SHIN) ที่มีจำนวนการถือครองผ่านจุดร้อยละห้าของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานภายในวันทำการถัดจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายไป รวม 3 กรณี ดังนี้ (ก) วันที่ 1 กันยายน 2543 พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร รายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ SHIN ทั้งหมดให้บุคคลอื่น แต่ความจริงยังมีการถือครองหุ้น SHIN อยู่ในชื่อของบุคคลในครอบครัวและบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด การรายงานดังกล่าวจึงเป็นเท็จ (ข) วันที่ 2 เมษายน 2544 พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหุ้น SHIN ที่มีจำนวนการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.33 เป็นร้อยละ 50.16 อันเกิดจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 บริษัท วินมาร์ค จำกัด ที่ถือครองหุ้น SHIN แทน ได้หุ้นเพิ่มเติมจากการทำสัญญาอนุพันธ์ (ค) วันที่ 24 มกราคม 2549 ไม่ได้รายงานการจำหน่ายหุ้น SHIN ที่อยู่ในชื่อของบุคคลในครอบครัวให้แก่กลุ่มเทมาเสกไปจนเหลือเฉพาะส่วนที่ถืออยู่ในชื่อของบริษัท วินมาร์คฯ 2. วันที่ 2 เมษายน 2544 พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการเมื่อได้หุ้น SHIN เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.33 เป็นร้อยละ 50.16 อันเกิดจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 บริษัท วินมาร์ค จำกัด ที่ถือครองหุ้น SHIN แทน ได้หุ้นเพิ่มเติมจากการทำสัญญาอนุพันธ์  

24/2553
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี 

 

581

17/03/2553 

นายชูศักดิ์ เรือนทิพย์ 

303 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 

 

ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยจำคุก 15 วันและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 

 

582

07/01/2553 

นายกรวิวัฒน์ วัฒนะธรรมวงศ์ หรือเดิมชื่อ นาย นายไพบูลย์ สุขสุธรรมวงศ์ 

300 ประกอบ 56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้ เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) และมิได้ดูแลจัดการให้ SECC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องส่งจัดทำและนำส่ง (ก) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 (ข) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม 2552 (ค) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 (แบบ 56-1) ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม 2552 (ง) รายงานประจำปี 2551 (แบบ 56-2) ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 30 เมษายน 2552 (จ) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2552 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 (ฉ) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 รวม 6 กรณี ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษจำเลยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 โดยจำเลยได้ให้การรับสารภาพ ศาลจึงได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 508/2553 ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56, 199 และ 274 กระทำผิดหลายกรรม ลงโทษเรียงกระทงตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ปรับจำเลยกระทงละ 10,000 บาท รวม 6 กระทง เป็นเงิน 60,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่คดี จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยเป็นเงิน 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 และ 30 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

 

583

07/01/2553 

บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้ เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่ง (ก) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 (ข) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม 2552 (ค) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 (แบบ 56-1) ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม 2552 (ง) รายงานประจำปี 2551 (แบบ 56-2) ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 30 เมษายน 2552 (จ) งบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2552 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 (ฉ) งบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ที่ต้องนำส่งภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 รวม 6 กรณี ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

ได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 508/2553 ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56, 199 และ 274 กระทำผิดหลายกรรม ลงโทษเรียงกระทงตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ปรับจำเลยกระทงละ 10,000 บาท รวม 6 กระทง เป็นเงิน 60,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่คดี จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยเป็นเงิน 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

 

584

29/12/2552 

นายพรทัต อมตวิวัฒน์ 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2551 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 , 274 และมาตรา 300 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง รวมทุกกระทงปรับ 100,000 บาท และปรับรายวันวันละ 2,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 50,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว 

 

585

29/12/2552 

นายโดมินิค เดอ เคโวเคียน 

300 ประกอบ 56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (KTECH) และมิได้ดูแลจัดการให้ KTECH ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2551 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่คดีขาดอายุความ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวโทษหลบหนี 

 

586

29/12/2552 

บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(2)(4) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2551 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2552 

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 และมาตรา 274 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง รวมทุกกระทงปรับ 100,000 บาท และปรับรายวันวันละ 2,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 50,000 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว 

 

587

18/12/2552 

บริษัทกลอรี่ พรอสเพอริตี้ (ประเทศไทย) จำกัด 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัทกลอรี่ พรอสเพอริตี้ (ประเทศไทย) จำกัด มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้บริษัทได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

588

18/12/2552 

นางสาวเกศวรางค์ สวัสดิ์พันธ์ 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวเกศวรางค์ สวัสดิ์พันธ์ มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้ได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

589

18/12/2552 

นาย เอดัวร์ ทูริ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นาย เอดัวร์ ทูริ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

590

18/12/2552 

นายกฤษฏ์ ตะวังทัน 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายกฤษฏ์ ตะวังทัน ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

591

18/12/2552 

นายจอห์น ลิว 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายจอห์น ลิว ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

592

18/12/2552 

นายชูเกียรติ แสนจิว 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายชูเกียรติ แสนจิว ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

593

18/12/2552 

นายปีเตอร์ วู 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายปีเตอร์ วู ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

594

18/12/2552 

นายริอาซ พาเทล 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายริอาซ พาเทล ( ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

595

18/12/2552 

นายวสันต์ เขียวขาว 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายวสันต์ เขียวขาว ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

596

18/12/2552 

นายวุฒิชัย วิสูตรานุกูล 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายวุฒิชัย วิสูตรานุกูล ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

597

18/12/2552 

นายศิริพงศ์ โสดา 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายศิริพงศ์ โสดา ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

598

18/12/2552 

นายสุรพงษ์ จันทร์กระจ่าง 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายสุรพงษ์ จันทร์กระจ่าง ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

599

18/12/2552 

นายสุวัฒน์ เอื้ออักษร 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายสุวัฒน์ เอื้ออักษร มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้ได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

600

18/12/2552 

นายอับดุล ราชิด 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายอับดุล ราชิด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

601

18/12/2552 

บริษัท ดับเบิ้ลยู เอส ดี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ดับเบิ้ลยู เอส ดี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้บริษัทได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

602

18/12/2552 

บริษัท หวาง ลี่ โกลบอล มาร์เก็ต จำกัด 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท หวาง ลี่ โกลบอล มาร์เก็ต จำกัด มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้บริษัทได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

603

18/12/2552 

บริษัทเวิลด์ เทรดดิ้ง พรอสเพอริตี้ จำกัด 

343 ปอ. 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัทเวิลด์ เทรดดิ้ง พรอสเพอริตี้ จำกัด มีพฤติกรรมในลักษณะหลอกลวงผู้อื่น โดยแจ้งต่อผู้ลงทุนว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อความเท็จและทำให้บริษัทได้ทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงไป เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

108/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ 

 

604

11/12/2552 

นายกรชัย ศิริพงษ์ไพโรจน์ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายกรชัย ศิริพงษ์ไพโรจน์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343  

105/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง  

 

605

11/12/2552 

นายกฤษณะ สุขประเสริฐ 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายกฤษณะ สุขประเสริฐ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343  

105/2552
 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง 

 

606

11/12/2552 

นายศักดา ปันนิตามัย 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายศักดา ปันนิตามัย ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 

105/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง  

 

607

11/12/2552 

นายสาโรจน์ กล่ำแสง 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายสาโรจน์ กล่ำแสง ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343  

105/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง  

 

608

11/12/2552 

บริษัท โกรว์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 

16 และ ปอ. 343 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท โกรว์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) และมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ และมาตรา 343 

105/2552
 

พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง  

 

609

30/10/2552 

บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) 

56(1)(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

มิได้จัดทำและนำส่งงบการเงินและรายงานทางการเงิน จำนวน 5 ฉบับ คือ (1) งบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 (2) งบการเงินไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 (3) งบการเงินประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 (4) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 (แบบ 56-1) และ (5) รายงานประจำปี 2551 (แบบ 56-2) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามที่ประกาศกำหนด 

 

จำเลยรับสารภาพ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 ลงโทษปรับบริษัทตามมาตรา 56, 199, 274 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ เป็นเงิน 74,500 บาท และปรับรายวันวันละ 1,000 บาท นับแต่วันพิพากษาจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย 

 

610

16/10/2552 

นางวาสณา วะชังเงิน 

243 ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นซื้อขายหุ้น บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า "TWZ" ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2548 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้น 

91/2552
 

พนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง 

 

611

16/10/2552 

นายสิปปภาส ตุสิตานนท์ 

243(2) ประกอบ ปอ. 83 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้รู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นซื้อขายหุ้น บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า "TWZ" ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2548 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหุ้น TWZ ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้น 

91/2552
 

พนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง 

 

612

03/09/2552 

นางสาวนิภาพร คมกล้า 

307 308 311 312 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

1. ให้การช่วยเหลือสนันสนุนนายสมพงษ์ วิทยารักสรรค์ ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท SECC ในการยักยอกเงิน 42 ล้านบาท จากบัญชีจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนไปเป็นประโยชน์ของตนและบุคคลอื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ SECC 2. ร่วมกันกับนายสมพงษ์ วิทยารักสรรค์ ลงข้อความเท็จในบัญชี และทำบัญชีไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงผู้ถือหุ้นและบุคคลใด โดยการสร้างรายได้จากการขายรถยนต์ที่ไม่มีจริง 30 ล้านบาท และแสดงหนี้สินต่ำกว่าความเป็นจริง 30 ล้านบาทด้วย โดยบัญชีที่ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง ได้แก่ การบันทึกบัญชีรายการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนงบการเงินของ SECC ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2550 ถึงงวดที่สำนักงานกล่าวโทษ 

78/2552
 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์หรือจำเลยสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 

 

613

03/09/2552 

นางสาวมุทิตา นิลสวัสดิ์ 

89/7 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในฐานะผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") ซึ่งมีอำนาจลงนามในเช็คหรือใบถอนเงินของ SECC ได้ลงนามร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในเช็คหรือใบถอนเงินของ SECC ผู้อื่น ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยลงนามล่วงหน้าในเช็คหรือลงนามโดยละเลยที่จะตรวจสอบความถูกต้องของรายการ เป็นเหตุให้มีการถอนเงินออกจาก SECC ไปเพื่อประโยชน์ของนายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์หรือบุคคลอื่น และเป็นเหตุให้ SECC ได้รับความเสียหาย 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 

 

614

03/09/2552 

นายกรวิวัฒน์ วัฒนะธรรมวงศ์ (เดิมชื่อนายไพบูลย์ สุขสุธรรมวงศ์) 

89/7 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในฐานะกรรมการและกรรมการผู้จัดการของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") ซึ่งมีอำนาจลงนามในเช็คหรือใบถอนเงินของ SECC ได้ลงนามร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในเช็คหรือใบถอนเงินของ SECC ผู้อื่น ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยลงนามล่วงหน้าในเช็คหรือลงนามโดยละเลยที่จะตรวจสอบความถูกต้องของรายการ เป็นเหตุให้มีการถอนเงินออกจาก SECC ไปเพื่อประโยชน์ของนายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์หรือบุคคลอื่น และเป็นเหตุให้ SECC ได้รับความเสียหาย 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 

 

615

03/09/2552 

นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ 

307 308 311 ประกอบ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ให้การช่วยเหลือสนับสนุนนายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของ SECC ในการยักยอกเงิน 42 ล้านบาท จากบัญชีจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนไปเป็นประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ SECC 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 

 

616

03/09/2552 

นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ 

307 308 309 311 312 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของ SECC กระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท โดย (1) กระทำการโดยได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากบุคคลอื่นยักยอกเงิน 42 ล้านบาทจากบัญชีจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนไปเป็นประโยชน์ของตนและบุคคลอื่น และนายสมพงษ์ไม่บันทึกบัญชีของ SECC เกี่ยวกับการรับเงินและถอนเงินดังกล่าวให้ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง (2) ยักยอกชุดจดทะเบียนรถยนต์ของ SECC จำนวน 25 คัน ด้วยการนำทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวไปใช้ค้ำประกันหนี้ส่วนตัว (3) ร่วมกับบุคคลอื่นลงข้อความเท็จในบัญชี และทำบัญชีไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงผู้ถือหุ้นและบุคคลใด โดยการสร้างรายได้ จากการขายรถยนต์ที่ไม่มีจริง 30 ล้านบาท และแสดงหนี้สินต่ำกว่าความเป็นจริง 30 ล้านบาทด้วย โดยบัญชีที่ไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง ได้แก่ การบันทึกบัญชีรายการที่เกี่ยวข้องตลอดจนงบการเงินของ SECC ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2550 ถึงงวดที่สำนักงานกล่าวโทษ 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 

 

617

20/08/2552 

นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ 

307 308 311 315 89/7 89/24 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

1. ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เอสอีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ("SECC Holding") ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ SECC Holding (บริษัทย่อยของ SECC) ได้ร่วมกับ นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ยักยอกเงินของ SECC ผ่านการให้กู้ยืมเงินของ SECC Holding จำนวน 245 ล้านบาท แก่บุคคล 4 ราย ที่น่าเชื่อได้ว่า นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ และนายสุริยา ลาภวิสุทธิ ใช้ชื่อเพื่อปกปิดการยักยอกเงินของตน ทำให้ SECC และ SECC Holding ได้รับความเสียหาย 2. ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของ SECC Holding ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงนามเบิกถอนเงินของบริษัท มีพฤติการณ์ยักยอกเงินในบัญชีเงินฝากของ SECC Holding ที่หายไป จำนวน 30 ล้านบาท 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

618

20/08/2552 

นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ 

307 308 311 313 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ SECC ได้ร่วมกับ นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เอสอีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ("SECC Holding") และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ยักยอกเงินของ SECC ผ่านการให้กู้ยืมเงินของ SECC Holding จำนวน 245 ล้านบาท แก่บุคคล 4 ราย ที่น่าเชื่อได้ว่า นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ และนายสุริยา ลาภวิสุทธิ ใช้ชื่อเพื่อปกปิดการยักยอกเงินของตน ทำให้ SECC และ SECC Holding ได้รับความเสียหาย 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

619

20/08/2552 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 

307 308 311 ประกอบ 315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ได้ร่วมกับนายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ ในฐานะประธานกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (" SECC") และนายสมชาย ศรีพยัคฆ์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เอสอีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ("SECC Holding") ยักยอกเงินของ SECC ผ่านการให้กู้ยืมเงินของ SECC Holding จำนวน 245 ล้านบาท แก่บุคคล 4 ราย ที่น่าเชื่อได้ว่า นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ และนายสุริยา ลาภวิสุทธิ ใช้ชื่อเพื่อปกปิดการยักยอกเงินของตน ทำให้ SECC และ SECC Holding ได้รับความเสียหาย 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

620

20/08/2552 

หม่อมหลวงอภิษฎา ชยางกูร (เดิมชื่อหม่อมหลวงภัทรวดี) 

89/7 89/24 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ในฐานะกรรมการของบริษัท เอส.อี.ซี โฮลดิ้ง ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นกรรมการและผู้บริหารด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง ในการอนุมัติการให้กู้ยืม และลงนามในเช็คจ่ายเงินการให้กู้ยืมแก่บุคคล 4 ราย ที่น่าเชื่อได้ว่า นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ และนายสุริยา ลาภวิสุทธิสินใช้ชื่อ เพื่อยักยอกเงินของ SECC ผ่านการให้กู้ยืมเงินของ SECC Holding แก่บุคคล 4 ราย ดังกล่าว จำนวน 245 ล้านบาท 

78/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

621

17/08/2552 

นางสาวกัญญา ยุชมภู 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวกัญญา ยุชมภู ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อหรือขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ภายใต้ชื่อ "บริษัท F.A.S.T จำกัด" และมีสาขาชื่อ "บริษัท C.N.E รีซอร์ส จำกัด โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 120,000 บาท แต่มีเหตุบรรเทาโทษโดยจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 60,000 บาท คดีถึงที่สุด 

 

622

17/08/2552 

บริษัท ซี.เอ็น.อี.รีซอร์ส จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ซี.เอ็น.อี.รีซอร์ส จำกัด ("C.N.E") ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อหรือขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 120,000 บาท แต่มีเหตุปรรเทาโทษโดยจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 60,000 บาท คดีถึงที่สุด  

 

623

17/08/2552 

บริษัท เอฟ. เอ. เอส. ที จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เอฟ.เอ.เอส.ที จำกัด ("F.A.S.T") ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อหรือขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 120,000 บาท แต่มีเหตุปรรเทาโทษโดยจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 60,000 บาท คดีถึงที่สุด 

 

624

29/07/2552 

นายวราวุฒิ ลาภวิสุทธิสิน 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานในขณะเกิดเหตุที่ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินและงบการเงินจำนวน 2 ฉบับ คือ (1) งบการเงินประจำปี 2551 และ (2) แบบแสดงรายการ ข้อมูลประจำปี 2551 จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับเป็นเงิน 112,400 บาท และปรับอีก 300 บาท ต่อวัน ไปตลอดเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

625

29/07/2552 

นายสุเทพ อัคควุฒิไกร 

300 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบในการดำเนินงานในขณะเกิดเหตุที่ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ต้องนำส่งรายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2551 จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท 

 

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากคดีขาดอายุความ 

 

626

29/07/2552 

บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(2)(3)(4) และ 199 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่ได้จัดทำและนำส่งรายงานทางการเงินและงบการเงิน จำนวน 3 ฉบับ คือ (1) รายงานทางการเงินสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชี 2551 (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชีประจำปี 2551 (3) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 (แบบ 56-1) ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามที่ประกาศกำหนด 

 

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับเป็นเงิน 112,400 บาท และปรับอีก 300 บาท ต่อวัน ไปตลอดเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 

 

627

25/06/2552 

นางสาวเกศวรางค์ สวัสดิ์พันธ์ 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นางสาวเกศวรางค์ สวัสดิ์พันธ์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

54/2552
 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 16, 125 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 วรรคสอง , 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน กรณีไม่มีเหตุรอการลงโทษ  

 

628

25/06/2552 

นายสุวัฒน์ เอื้ออักษร 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

นายสุวัฒน์ เอื้ออักษร ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

629

25/06/2552 

บริษัท WSD Financial (NZ) Ltd. 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท WSD Financial (NZ) Ltd. ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ") อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ อนึ่งการที่บริษัท WSD Financial (NZ) Ltd. ได้กล่าวอ้างกับบุคคลทั่วไปว่าได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยนั้น ในความเป็นจริงบริษัท WSD Financial (NZ) Ltd. ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจาก ก.ล.ต. โดยจำกัดขอบเขตเฉพาะให้บริการแก่ลูกค้าสถาบันเท่านั้น ดังนั้นการติดต่อชักชวนบุคคลทั่วไปให้ลงทุน ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จึงเป็นการกระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาต 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

630

25/06/2552 

บริษัท กลอรี่ พรอสเพอริตี้ (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัทกลอรี่ พรอสเพอริตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

631

25/06/2552 

บริษัท ดับเบิ้ลยู เอส ดี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท ดับเบิ้ลยู เอส ดี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ อนึ่งการที่บริษัท ดับเบิ้ลยู เอส ดี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวอ้างกับบุคคลทั่วไปว่าได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยนั้น ในความเป็นจริงบริษัท WSD Financial (NZ) Ltd. ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจาก ก.ล.ต. โดยจำกัดขอบเขตเฉพาะให้บริการแก่ลูกค้าสถาบันเท่านั้น ดังนั้นการติดต่อชักชวนบุคคลทั่วไปให้ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จึงเป็นการกระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาต 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

632

25/06/2552 

บริษัท หวาง ลี่ โกลบอล มาร์เก็ต จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท หวาง ลี่ โกลบอล มาร์เก็ต จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

633

25/06/2552 

บริษัท เวิลด์ เทรดดิ้ง พรอสเพอริตี้ จำกัด 

16 

พ.ร.บ. สัญญาฯ 

บริษัท เวิลด์ เทรดดิ้ง พรอสเพอริตี้ จำกัด ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวโทษรายอื่นประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ) อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ 

54/2552
 

อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 

 

634

17/06/2552 

นายสมชาย คุรุจิตโกศล 

287 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสมชาย คุรุจิตโกศล ผู้สอบบัญชีของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("SECC") ปฏิบัติงาน สอบบัญชีไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีและปฏิบัติงานบกพร่องในการตรวจสอบงบการเงินของ SECC ทั้งในขั้นการประเมินและวางแผนการตรวจสอบ ขั้นการตรวจสอบ และขั้นการแสดงความเห็นในรายงานของผู้สอบบัญชี โดยรายงานของนายสมชายฯ ในฐานะผู้สอบบัญชีของ SECC สำหรับงบการเงินปี 2548 ? 2550 แสดงความเห็นอย่าง ไม่มีเงื่อนไข ทั้งที่มีข้อบ่งชี้ถึงความผิดปกติของงบการเงินซึ่งมีรายการอันเป็นเท็จที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตของผู้บริหาร 

50/2552
 

อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 

 

635

26/03/2552 

บริษัทเค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

56(1) 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2551 และงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2551 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะ เวลาที่ประกาศกำหนด คือ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 และวันที่ 14 สิงหาคม 2551 ตามลำดับ  

 

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 56 และมาตรา 274 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ กระทงแรกปรับ 50,000 บาท กระทงที่สองปรับ 50,000 บาท รวมทุกกระทงปรับ 100,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 50,000 บาท และปรับรายวันกระทงละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว 

 

636

13/03/2552 

นางวันดี โตเจริญ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง 

 

637

13/03/2552 

นางสาวลักขณา แสวงหา 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี  

 

638

13/03/2552 

นางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล 

307 308 311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี 

 

639

13/03/2552 

นายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง คดียุติ 

 

640

13/03/2552 

นายธรรมนูญ ทองลือ 

315 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง 

 

641

13/03/2552 

นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ 

307 308 311 

พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ 

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ในฐานะผู้สั่งการ ร่วมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บ.ปิคนิคฯ") 3 ราย คือ นายสุเทพ อัคควุฒิไกร นายภานุวรรษ เลิศวิเศษ และนางสาวศศิธร วุฒิรุ่งเรืองสกุล รวมทั้ง บริษัท แอสเซ็ท มิลเลี่ยน จำกัด ("AMC") นางวันดี โตเจริญ นางสาวลักขณา แสวงหา บริษัท สีลมแพลนเนอร์ จำกัด ("บ. สีลมฯ") นายสนทยา น้อยเจริญ นายธรรมนูญ ทองลือ หม่อมหลวงชัยภัทร ชยางกูร และนายทนงศักดิ์ ศรีทองคำ ทำการทุจริต ยักยอกเงิน และหุ้นบริษัทเวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บ.ปิคนิคฯ ทำให้ บ.ปิคนิคฯ เสียหาย ซึ่งการกระทำข้างต้นเข้าข่าย เป็นความผิดตามมาตรา 307 308 311 313 314 และ 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 84 และ 86 ตามแต่กรณี 

28/2552
 

พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง 

 

642

13/03/2552